ผู้เขียน หัวข้อ: รวมเรื่องของ "ฟัน" กินแบบไหน ลดเสี่ยง ไม่ต้องหาหมอฟัน  (อ่าน 1754 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11227
    • ดูรายละเอียด
รู้หรือไม่ ยาสีฟัน ก็มีหมดอายุได้
« ตอบ #30 เมื่อ: ?Ѹ??¹ 29, 2020, 07:05:38 AM »



      ยาสีฟันก็มี ‘หมดอายุ’ ได้!?!

รู้ไหมว่า แม้แต่ยาสีฟันก็มีหมดอายุกับเค้าได้นะ!

การหมดอายุของยาสีฟันก็ไม่ต่างจากเครื่องสำอางอื่น ๆ
คือ เกิดจากส่วนประกอบในยาสีฟันเสื่อมสภาพ
ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดช่องปากจึงลดลง


   อายุของยาสีฟัน
หากไม่มีวันหมดอายุระบุไว้
ส่วนใหญ่แล้ว ยาสีฟันจะมีอายุ 2 ปี นับจากวันที่ผลิต
ดังนั้น หากมียาสีฟันเก่าเก็บ ก่อนจะใช้ ให้รีบเช็ควันหมดอายุหรือวันผลิตก่อนเลย

ลักษณะของยาสีฟันที่เสื่อมสภาพ 
1. เนื้อยาสีฟันแห้ง/หนืดผิดปกติ
2. เนื้อยาสีฟันแยกชั้น/ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน
3. เนื้อยาสีฟันเปลี่ยนสี/พบสิ่งแปลกปลอมในยาสีฟัน
ซึ่งอาจเกิดจากการเจริญเติบโตของเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรียในเนื้อยาสีฟัน

ทั้งนี้ หากยาสีฟันที่ใช้มีลักษณะเสื่อมสภาพดังกล่าว
แม้จะยังไม่หมดอายุ ฟันดีดี ก็ไม่แนะนำให้ใช้นะ

ในทางกลับกัน แม้ยาสีฟันจะเพิ่งหมดอายุ
แต่ถ้าไม่มีลักษณะการเสื่อมสภาพใด ๆ
เราก็อาจพอใช้ต่อไปได้จร้า

อย่าลืมกดติดตามเพจ 'ฟันดีดี' เอาไว้ เพื่อล้วงความลับใหม่ ๆ สนุกสุดฟันไปด้วยกันกับทีมแพทย์และทีมงานฟันดีดีนะจ๊ะ

  แหล่งข้อมูล:
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย








ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ฟันดีดี
https://www.facebook.com/betterteeththailand/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ???Ҥ? 08, 2020, 05:21:27 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11227
    • ดูรายละเอียด





 
     เลือดออกตามไรฟัน
4 สาเหตุพบบ่อย และวิธีแก้  




    สาเหตุ   

1. เหงือกอักเสบ

   เกิดจาก: การดูแลสุขอนามัยในช่องปากไม่ดี ทำให้มีคราบเชื้อโรคสะสมบริเวณขอบเหงือก
หรือมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เหงือกอักเสบ เช่น คุณแม่ตั้งครรภ์ สูบบุหรี่ เป็นต้น

   การป้องกัน: แปรงฟันให้สะอาดแบบ 2-2-2 ร่วมกับใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
และไปพบหมอฟันทุก 6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

----------

2. โรคลักปิดลักเปิด

   เกิดจาก: การขาดวิตามินซีเป็นเวลานาน

   การป้องกัน: รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เช่น ส้ม ฝรั่ง มะเขือเทศ ผักสีเขียวเข้ม กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ ฯลฯ ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

----------

3. แปรงฟันแรง หรือใช้ไหมขัดฟันผิดวิธี

   เกิดจาก: การแปรงฟันแรงเกินไป การแปรงฟันด้วยแปรงสีฟันขนแข็ง
หรือการใช้ไหมขัดฟันไม่ถูกวิธี

   การป้องกัน: แปรงฟันแบบขยับปัดเบา ๆ ด้วยแปรงสีฟันขนนุ่ม
ถ้ากลัวไม่สะอาดก็ปัดซ้ำหลาย ๆ ครั้งได้นะ
การใช้ไหมขัดฟันก็เช่นกัน ควรใช้ทุกวันและค่อย ๆ ฝึกให้ทำได้อย่างถูกวิธี

----------

4. การติดเครื่องมือจัดฟัน

   เกิดจาก: เครื่องมือจัดฟันจะทำให้ทำความสะอาดช่องปากได้ยากขึ้น จึงอาจมีเหงือกอักเสบและเลือดออกตามไรฟันได้ง่ายขึ้น

   การป้องกัน: แปรงฟันให้สะอาดและใช้ไหมขัดฟันทุกวัน








ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ฟันดีดี
https://www.facebook.com/betterteeththailand/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ???Ҥ? 09, 2020, 03:04:45 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11227
    • ดูรายละเอียด
‘ฟันผุ’ ติดต่อได้ !
« ตอบ #32 เมื่อ: ???Ҥ? 09, 2020, 03:03:13 PM »



  ‘ฟันผุ’ ติดต่อได้ ! 
ถ้ารักหนู คุณปู่คุณย่าดูแลฟันตัวเองด้วยนะ

ปู่ย่าตายายหลาย ๆ ท่าน คงมีบทบาทสำคัญในการเลี้ยงดูหลาน ๆ
และแน่นอนว่าถ้าเราป่วย ก็คงไม่มีใครอยากให้หลานรักติดโรคจากเราอย่างแน่นอน

แล้วรู้หรือไม่ว่า โรคฟันผุ สามารถติดต่อไปยังหลาน ๆ รวมถึงคนอื่นในครอบครัวได้!
จะเป็นยังไง ฟันยังดี จะเล่าให้ฟัง

รู้จักกับ ‘เชื้อฟันผุ’
ฟันผุเกิดจากการทำความสะอาดช่องปากและฟันที่ไม่ดีเพียงพอ
ไม่ว่าจะเป็นการแปรงฟันไม่สะอาด มีเศษอาหารตกค้างตามซอกฟัน รวมถึงการใส่ฟันทดแทนที่สกปรก ฯลฯ

พฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้ ‘เชื้อฟันผุ’ ขยายเผ่าพันธุ์ในช่องปากอย่างสนุกสนาน และปล่อยกรดออกมาทำลายฟันจนเกิดฟันผุขึ้น

ติดต่อได้อย่างไร?
เชื้อที่อยู่ในน้ำลายคุณปู่คุณย่าสามารถแพร่กระจายไปยังหลาน ๆ ได้ผ่านการเคี้ยวหรือเป่าอาหารให้ การใช้ช้อนหรือหลอดดูดน้ำร่วมกัน รวมถึงการหอมหรือจุ๊บปากเด็ก

หลายคนอาจจะบอกว่าไม่เห็นเป็นไรเลย ฟันแท้ยังไม่ขึ้น ฟันน้ำนมจะผุก็ปล่อยไป
ฟันยังดี ขอบอกว่า นั่นเป็นความเชื่อที่ผิด! เพราะจริง ๆ แล้วฟันน้ำนมที่ผุ
นอกจากจะลุกลามไปยังซี่อื่น ๆ ได้แล้ว ยังทำให้เด็กรู้สึกปวดฟัน ทานอาหารได้น้อยลง จึงส่งผลกับการเจริญเติบโต อีกทั้งในกรณีที่ฟันน้ำนมผุจนต้องถอนไปก่อนเวลาอันควร ก็อาจทำให้ฟันแท้ที่จะขึ้นตามมาซ้อนเกได้ในอนาคตด้วย

ดังนั้น ปู่ย่าตายายอย่างเรา ๆ จึงควรดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้ดี ไม่ปล่อยให้มีฟันผุ จะได้ช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อฟันผุไปสู่หลานรักนะคะ

พบกับ ฟันยังดี เกร็ดความรู้เรื่องสุขภาพช่องปากและฟันสำหรับ ‘คนวัยเก๋า’
โดย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

สามารถติดตามฟันยังดี ได้ที่
1. LINE: @funyoungdee และ 2. กดไลค์กดติดตาม Facebook ฟันยังดี








ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ฟันดีดี
https://www.facebook.com/betterteeththailand/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ???Ҥ? 20, 2020, 07:17:44 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11227
    • ดูรายละเอียด
รู้ได้อย่างไรว่า ‘เหงือกอักเสบ’
« ตอบ #33 เมื่อ: ???Ҥ? 20, 2020, 07:10:25 AM »




  แดง/บวมหนัก 
น่ากลัวนัก ‘เหงือกอักเสบ’

เหงือกอักเสบ มีโอกาสเกิดได้กับทุกคน
และถ้าปล่อยไว้ ก็อาจถึงขั้นต้องบ๊ายบาย ฟันดีดี ได้นะ!

  รู้ได้อย่างไรว่า ‘เหงือกอักเสบ’ 

ในขณะที่เหงือกซึ่งมีสุขภาพดีจะมีสีชมพูอ่อน
ขอบเหงือกแน่นกระชับรับกับฟันของเรา
เหงือกที่อักเสบจะมีลักษณะดังนี้

  - เหงือก/ขอบเหงือกแดงเข้ม
  - เหงือกบวม
  - มีเลือดออกตอนแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน


ทั้งนี้ ถ้าปล่อยเอาไว้จนเหงือกอักเสบเรื้อรัง ก็อาจเป็น 'สาเหตุหนึ่ง'
ที่ทำให้เกิดโรคปริทันต์อักเสบ อวัยวะรอบๆ ฟันถูกทำลาย
ฟันโยก จนต้องบ๊ายบายฟันไปในที่สุด

พฤติกรรมทำเสี่ยง ‘เหงือกอักเสบ’
จริง ๆ แล้ว สาเหตุหลักของการเกิดเหงือกอักเสบ ก็คือ
'เชื้อแบคทีเรีย' ที่อยู่ตามขอบเหงือกและซอกฟัน
โดยอยู่รวมกันและเรียกว่า คราบจุลินทรีย์ คราบพลัค หรือขี้ฟัน
ถ้าเราแปรงฟันได้สะอาดหมดจดทุกวัน
เชื้อโรคเหล่านี้ก็จะถูกกำจัดออกไปก่อนที่จะปล่อยสารพิษ
และทำให้เหงือกอักเสบ


ดังนั้น การดูแลความสะอาดของช่องปากและฟันไม่ดี
ปล่อยให้มีเชื้อโรคสะสมเป็นเวลานาน
จึงเป็น ปัจจัยเสี่ยงหลัก ที่ทำให้เหงือกอักเสบ

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบางอย่างก็อาจทำให้เหงือกอักเสบรุนแรงขึ้นได้
ปัจจัยเหล่านั้น เช่น
มีปากแห้ง/น้ำลายน้อย
มีฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ มีประจำเดือน หรือใช้ยาคุมกำเนิด
กินยาบางชนิด เช่น ยารักษาอาการชัก ฯลฯ
มีภูมิคุ้มกันต่ำลง เช่น เป็นลูคีเมีย โรคเอชไอวี ฯลฯ

เพื่อป้องกันเหงือกอักเสบ
ฟันดีดี แนะนำให้ทำความสะอาดช่องปากให้สะอาดหมดจด
ด้วยการแปรงฟัน 2-2-2 ร่วมกับใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
ยิ่งถ้ามีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ด้วยแล้ว
ยิ่งต้องดูแลความสะอาดของช่องปากและฟันให้ดีสุด ๆ ไปเลยนะ

แหล่งข้อมูล:
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย








ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ฟันดีดี
https://www.facebook.com/betterteeththailand/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ??ȨԠ?¹ 13, 2020, 05:59:28 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11227
    • ดูรายละเอียด
กินอย่างไรให้ฟันยังดี
« ตอบ #34 เมื่อ: ??ȨԠ?¹ 13, 2020, 05:57:46 PM »






5 อาหาร กินแล้ว ‘ฟันยังดี  แถมมีสิริมงคล

‘อาหาร’ เป็นหนึ่งในศัตรูตัวร้าย
ที่อาจทำลายสุขภาพช่องปากและฟันได้
แต่ก็ไม่เสมอไปหรอกนะ!
เพราะถ้าเราเลือกกินอาหารที่ดีต่อฟัน
ก็จะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้ ฟันยังดี ได้เช่นกัน

ครั้งนี้เราจึงอยากแนะนำอาหาร 5 อย่างที่ดีต่อฟัน
และยังเอาใจ วัยเก๋า ด้วยการเลือกอาหารที่เป็นมงคลมาทั้งนั้นเลย

------------

1. กวางตุ้ง
กวางตุ้งเป็นผักใบเขียวที่อุดมด้วยแคลเซียม
ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน
ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน

อีกทั้งยังมีวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตา
และวิตามินซีที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายด้วย

เมนูตัวอย่าง: ผัดกวางตุ้งใส่เห็ดหอมทรงเครื่อง
ความหมายมงคล: ความเจริญก้าวหน้า ความเจริญรุ่งเรือง

2. เห็ดหอม
เห็ดหอมมีสาร ‘เล็นทิแนน (Lentinan)’
ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปาก
อันเป็นสาเหตุของฟันผุและเหงือกอักเสบ

อีกทั้งยังมีวิตามินบี 1 ที่ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา
รวมถึงวิตามินบี 2 ที่ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอกด้วย

เมนูตัวอย่าง: ต้มจืดหน่อไม้ใส่เห็ดหอม, ไก่ตุ๋นเห็ดหอมยาจีน
ความหมายมงคล: การสมหวัง

3. ผลไม้
ฟันยังดี แนะนำให้เลือกกินผลไม้ที่มีใยอาหารสูงและหวานน้อย
โดยใยอาหารจะช่วยขัดฟัน จึงช่วยกำจัดแบคทีเรียรวมถึงคราบบนผิวฟันไปในตัว
อีกทั้งยังช่วยให้ต่อมน้ำลายผลิตน้ำลายมากขึ้น (จากการที่เคี้ยวอาหารนานขึ้น)
จึงช่วยชะล้างเชื้อโรคและสิ่งสกปรกในช่องปากได้ดีขึ้น

ทั้งนี้ หากเลือกกินผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง
ก็จะช่วยลดการเกิดเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย

เมนูตัวอย่าง: ฝรั่ง แอปเปิ้ล
ความหมายมงคล:
- แอปเปิ้ล: การมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัย
- ฝรั่ง: ความเจริญก้าวหน้า วาสนา

4. เต้าหู้
เต้าหู้อุดมไปด้วยแคลเซียม จึงช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน
ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน และยังเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีอีกด้วย

เมนูตัวอย่าง: ผัดถั่วงอกใส่เต้าหู้, เต้าหู้สอดไส้
ความหมายมงคล: ความสุขและความร่ำรวย

5. ปลา
นอกจากปลาจะเป็นแหล่งโปรตีนที่ย่อยง่ายแล้ว
ยังมีไขมันชั้นดี และกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย
จึงเหมาะกับวัยเก๋าเป็นอย่างยิ่ง
อีกทั้งการกินปลาตัวเล็ก (แบบกินทั้งตัว) ยังช่วยเพิ่มแคลเซียม
ที่ดีต่อกระดูกและฟันอีกด้วย

เมนูตัวอย่าง: ปลานึ่ง ปลากรอบ
ความหมายมงคล: ความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง

นอกจากอาหาร 5 อย่างนี้ หลักในการเลือกกินง่ายๆ ให้ ฟันยังดี ก็คือ
ควรลดการกินแป้ง น้ำตาล และอาหารหวาน ๆ
เพราะเป็นแหล่งพลังงานชั้นดีของเชื้อโรคในช่องปาก และทำให้ฟันผุ


ควรเน้นกินอาหารที่มีประโยชน์
โดยเน้นโปรตีนที่ย่อยง่าย ไขมันต่ำ
รวมถึงผักและผลไม้ที่ไม่หวานจัด และมีเส้นใยสูง
ซึ่งจะช่วยขัดฟัน อีกทั้งยังมีวิตามินและเกลือแร่ที่ดีต่อร่างกาย

ถ้าทำได้แบบนี้ ควบคู่กับสารพัดเคล็ดลับการดูแลฟันจากเรา
ไม่ว่าจะเป็นวัยไหนก็จะ ฟันยังดี อย่างแน่นอน

พบกับ ฟันยังดี เกร็ดความรู้เรื่องสุขภาพช่องปากและฟันสำหรับ ‘คนวัยเก๋า’
โดย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข


สามารถติดตามฟันยังดี ได้ที่
1. LINE: @funyoungdee และ 2. กดไลค์กดติดตาม Facebook ฟันยังดี








ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ฟันดีดี
https://www.facebook.com/betterteeththailand/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Ѹ?Ҥ? 01, 2020, 03:49:54 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11227
    • ดูรายละเอียด
เครื่องมือจัดฟัน ‘หลุด’ จะเป็นไรไหม?!
« ตอบ #35 เมื่อ: ?Ѹ?Ҥ? 01, 2020, 03:47:30 PM »





   เครื่องมือจัดฟัน ‘หลุด’ จะเป็นไรไหม?!   

  หนึ่งในปัญหาที่คน ‘จัดฟัน’ มักเคยเจอ
คืออุปกรณ์จัดฟัน เช่น แบร็คเก็ต ยางดึงฟัน ฯลฯ 'หลุด'


ถ้าเกิดปัญหานี้ เราควรทำอย่างไร?
ฟันดีดี มีคำตอบมาให้ค่ะ!

  ทำไมเครื่องมือจัดฟัน ‘หลุด’ ?   

- เคี้ยวอาหารแข็ง/เหนียว
เช่น กระดูกอ่อน หมากฝรั่ง
- แปรงฟันแรง
- มีฟันซ้อน/เกมาก ๆ
ทำให้มุม/ทิศทางการออกแรงเคลื่อนฟันผิดปกติ
- ได้รับแรงกระแทก เช่น หกล้ม อุบัติเหตุตอนเล่นกีฬา ฯลฯ

  ‘หลุด’ แล้วเกิดผลเสียอย่างไร? 

- ฟันไม่เคลื่อนตามที่วางแผน จึงอาจต้องจัดฟันนานขึ้น
- เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

   ‘กลืน’ ไป เป็นไรไหม?   

- ส่วนใหญ่เครื่องมือมักหลุดเวลากินอาหาร
จึงมักเข้าสู่ร่างกายผ่านระบบทางเดินอาหาร
และถูกกำจัดออกพร้อมการขับถ่าย

- ถ้าจัดฟันกับทันตแพทย์และคลินิกที่ได้มาตรฐาน
ก็มั่นใจได้ว่า อุปกรณ์ที่ใช้จะทำด้วยวัสดุที่ไม่เป็นอันตราย
และไม่ก่อให้เกิดสารพิษสะสมในร่างกาย

  ‘หลุด’ แล้วทำอย่างไร?   

- รีบนัดทันตแพทย์โดยเร็วที่สุด ไม่ต้องรอให้ถึงเวลานัด
- ถ้าสามารถเก็บชิ้นส่วนที่หลุดไว้ได้ ให้นำไปให้ทันตแพทย์ด้วย
- ถ้าเครื่องมือทิ่มในช่องปาก ให้ปั้นขี้ผึ้งเป็นก้อนเล็ก ๆ
แล้วแปะปิดเครื่องมือจุดที่แหลมคม







ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ฟันดีดี
https://www.facebook.com/betterteeththailand/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Ѹ?Ҥ? 01, 2020, 03:57:26 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11227
    • ดูรายละเอียด
จับตัวร้าย ทำฟันตาย
« ตอบ #36 เมื่อ: ?Ѹ?Ҥ? 01, 2020, 03:52:58 PM »




  ‘ฟันตาย’ รีบรักษา ก่อนติดเชื้อ 

   รู้ไหมว่าฟันก็มีชีวิต! 

ในฟันของเรา ชั้นที่อยู่ถัดจากเนื้อฟันเข้าไป
จะมีเส้นเลือด เส้นประสาท รวมถึงเนื้อเยื่อฟัน
ซึ่งมีชีวิตอยู่ได้จากกระแสเลือดที่นำอาหารและออกซิเจนมาเลี้ยง
ดังนั้น ฟันจึงเป็นโครงสร้างที่มีชีวิตเช่นเดียวกับอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย

ใครทำน้อง
   ‘ฟันตาย’ สาเหตุมาจากอะไร?


‘ฟันตาย’ เกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่มักพบบ่อย ได้แก่

1. การกระแทก/อุบัติเหตุที่ฟัน
เช่น เล่นกีฬาแล้วโดนแรงกระแทกที่ฟัน ฟันแตก ฟันร้าว ฯลฯ

2. เนื้อเยื่อฟันได้รับอันตรายรุนแรง
เช่น มีฟันผุลึกจนทะลุโพรงประสาทฟัน ฯลฯ

จุดสังเกต ‘ฟันตาย’
เป็นแบบนี้ ไปตรวจกับหมอฟันด่วน

- ฟันเปลี่ยนสี
โดยมักมีสีเข้มขึ้น อาจเป็นสีเหลืองเข้ม เทา น้ำตาล หรือดำ ที่ไม่เหมือนกับฟันซี่อื่นในปาก

- มีหนองที่เหงือก
เหงือกบวม มีหนองที่ปลายรากฟัน อาจมีอาการปวดร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้

ถ้าพบลักษณะผิดปกติเหล่านี้ ควรรีบไปพบหมอฟันเพื่อตรวจและรับการรักษาที่เหมาะสม
เพราะหากปล่อยไว้อาจติดเชื้อ และลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้

อย่าลืมกดติดตามเพจ 'ฟันดีดี' เอาไว้ เพื่อล้วงความลับใหม่ ๆ สนุกสุดฟันไปด้วยกันกับทีมแพทย์และทีมงานฟันดีดีนะจ๊ะ

แหล่งข้อมูล:
- pobpad







ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ฟันดีดี
https://www.facebook.com/betterteeththailand/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Ѹ?Ҥ? 01, 2020, 04:03:29 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11227
    • ดูรายละเอียด
ฟันดีดี vs ฟันแย่แย่
« ตอบ #37 เมื่อ: ?Ѹ?Ҥ? 01, 2020, 04:00:12 PM »




  ฟันดีดี vs ฟันแย่แย่ 

ทำไมต้อง ‘ฟันดีดี’ ?
‘สุขภาพฟัน’ มีผลต่อชีวิตเรายังไง?
เราจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆกันนะคะ
ระหว่าง ‘คนสุขภาพฟันดี’ กับ ‘คนที่ไม่ดูแลฟัน’
จะมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง ลองไปดูกันค่ะ!

1. คน ‘ฟันดีดี’

พฤติกรรม
- แปรงฟันสูตร 2-2-2
- ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
- พบทันตแพทย์เพื่อตรวจช่องปากทุก 6 เดือน
หรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ข้อดี
- ช่องปากสะอาด มั่นใจเวลายิ้ม
- ห่างไกลโรคแทรกซ้อน
- เก็บรักษาฟันได้ยาวนาน
- ประหยัดค่าใช้จ่าย

2. คน ‘ฟันแย่แย่’

พฤติกรรม
- ลืมแปรงฟัน แปรงไม่ทั่วถึง
- ไม่ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน
- ไม่พบทันตแพทย์เพื่อตรวจช่องปากนานเกิน 1 ปี

ข้อเสีย
- ขาดความมั่นใจในการเข้าสังคม
- เสี่ยงเป็นโรคต่างๆ เพิ่มขึ้น
- สูญเสียฟันเร็ว ต้องใส่ฟันทดแทน
- เสียค่าดูแลรักษาไม่จบไม่สิ้น








ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ฟันดีดี
https://www.facebook.com/betterteeththailand/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Ѹ?Ҥ? 01, 2020, 04:10:59 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11227
    • ดูรายละเอียด
"แปรง" แต่ละอัน ต่างกันอย่างไร?
« ตอบ #38 เมื่อ: ?Ѹ?Ҥ? 01, 2020, 04:06:53 PM »




แปรง’ แต่ละอัน ต่างกันอย่างไร?

‘แปรงสีฟัน’ เป็นอุปกรณ์ดูแลช่องปากสำคัญที่ขาดไม่ได้
ว่าแต่ … นอกจากแปรงที่ใช้ประจำแล้ว
เรารู้จักแปรงชนิดอื่นๆ กันบ้างไหมเอ่ย?


ฟันดีดี จะพาไปรู้จักแปรงชนิดต่างๆ
เพื่อเป็นข้อมูลในการเลือกอุปกรณ์ทำความสะอาดช่องปาก
ตามความจำเป็นเฉพาะบุคคลมากขึ้น

1. แปรงสีฟันธรรมดา
ควรเลือกชนิดที่มีขนนุ่ม ไม่คม
และมีขนาดพอเหมาะกับช่องปาก ไม่ใหญ่เกินไป

ทั้งนี้ แนะนำให้ใช้แปรงฟันทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
ร่วมกับยาสีฟันฟลูออไรด์

และเปลี่ยนอันใหม่ทุก 3 เดือน หรือเมื่อขนแปรงเริ่มบาน

----------

2. แปรงสีฟันไฟฟ้า

มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฟัน
‘ไม่แตกต่าง’ จากแปรงสีฟันธรรมดา
(ถ้าแปรงได้ถูกวิธี)


แนะนำให้ใช้ในคนที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวข้อมือ
เช่น ข้ออักเสบ กำลังใส่เฝือกที่มือ/แขน เป็นต้น

ทั้งนี้ ควรระวังขณะใช้งาน โดยไม่กดแปรงบนฟันแรงเกินไป
เพราะจะทำให้ฟันสึกได้


----------

3. แปรงซอกฟัน
หัวแปรงมีขนเล็กๆ ยื่นรอบแกน
คล้ายแปรงล้างขวดขนาดจิ๋ว
อาจมีด้ามจับเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น

ใช้ทำความสะอาดบริเวณซอกฟัน
สำหรับคนที่มีช่องว่างระหว่างฟันจากปัญหาเหงือกร่น
หรือผิวฟันบริเวณซอกฟันมีส่วนคอด
นอกจากนั้น ยังใช้ทำความสะอาดใต้เครื่องมือจัดฟันได้ด้วย

ควรเลือกแปรงซอกฟันที่มีขนาดใหญ่สุดที่สามารถผ่านซอกฟันได้
โดยไม่ทำอันตรายเหงือก

----------

4. แปรงกระจุก
ที่หัวแปรงมีขนเป็นกระจุกเพียงกลุ่มเดียว
ใช้ทำความสะอาดบริเวณที่แปรงสีฟันปกติเข้าไม่ถึง
เช่น ด้านในของฟันซี่สุดท้าย
รอบฟันซี่เดี่ยว (ไม่มีฟันข้างเคียง)
ฟันที่เรียงตัวผิดปกติ เช่น ฟันซ้อน ฟันเก
ฟันที่มักจะอาเจียนถ้าแปรงด้วยแปรงขนาดปกติ
ฟันกรามล่างด้านลิ้น และแบร็กเก็ตจัดฟัน ฯลฯ

----------

5. แปรงลิ้น
การแปรงลิ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อกำจัดเชื้อโรค
และเศษอาหารที่ติดอยู่บนลิ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของกลิ่นปาก

ทั้งนี้ แบบที่เราเห็นบ่อยๆ จะมีหัวแปรงเป็นช่องรูปสามเหลี่ยมคว่ำ
มีส่วนนูนตรงขอบ ใช้ลากตามแนวลิ้นจากด้านในออกมา

การแปรงลิ้น นอกจากจะใช้แปรงลักษณะดังกล่าวแล้ว
ยังอาจแปรงด้วยแปรงสีฟันปกติ
หรือแปรงที่มีขนซึ่งออกแบบมาเฉพาะสำหรับแปรงลิ้นก็ได้









ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ฟันดีดี
https://www.facebook.com/betterteeththailand/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Ѹ?Ҥ? 01, 2020, 04:19:06 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11227
    • ดูรายละเอียด
สีฟันบอกอะไร?
« ตอบ #39 เมื่อ: ?Ѹ?Ҥ? 01, 2020, 04:15:55 PM »




   เพราะอะไร ‘ฟัน’ จึงเป็น ‘สี’ นี้ ? 

  ทุกคนสังเกต ‘สีฟัน’ ตัวเองกันบ้างหรือเปล่า?
เพราะสีของฟันก็สะท้อน ‘สภาวะฟัน’ ของเราได้
ถ้าสีเปลี่ยนไปจากเดิม ฟันของเราอาจกำลังมีปัญหา!


  ฟันดีดี จะพาไปดูว่า ฟันสีนี้ มีสาเหตุมาจากอะไร? 

  1. ฟันขาวจั๊วะ
วิธีทำให้ฟันขาวที่นิยมกันมี 2 วิธีหลักๆ คือ
การฟอกสีฟัน ซึ่งเป็นการใช้สารเคมีเข้าไปจัดการเม็ดสีในฟันให้จางลง
และการทำวีเนียร์ ซึ่งมักต้องกรอเคลือบฟันออกบางส่วน
แล้วจึงแปะทับด้วยแผ่นวีเนียร์สีขาว

  2. ฟันขาวขุ่น
อาจแสดงถึงฟันผุในระยะเริ่มต้น
ซึ่งยังสามารถหายได้ หากทำความสะอาด
(แปรงฟัน/ใช้ไหมขัดฟัน) ให้ดี
ร่วมกับใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์

  นอกจากนั้นแล้ว ฟันลักษณะนี้ก็อาจแสดงถึงภาวะฟันตกกระอย่างอ่อน
ซึ่งเกิดจากการได้รับฟลูออไรด์ทางระบบมากเกินไป
เช่น การบริโภคน้ำที่มีฟลูออไรด์สูง
ในช่วงที่ฟันกำลังสร้าง ซึ่งก็คือตอนเด็กนั่นเอง


  3. ฟันเหลือง
ส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่ฟันไม่สะอาด
มีคราบฟัน/คราบนิโคตินจากบุหรี่ หรือหินปูนเกาะ
ทั้งนี้ เมื่อกำจัดสิ่งสกปรกเหล่านี้ออกไป
ก็มักทำให้ฟันดูขาวขึ้นได้ในระดับหนึ่ง

นอกจากนั้นแล้ว ฟันเหลืองยังอาจเป็นไปตามอายุที่มากขึ้น
โดยเมื่อชั้นเคลือบฟันสึกจากการบดเคี้ยวและบางลง
ก็จะทำให้เห็นสีเหลืองของชั้นเนื้อฟันได้ชัดเจนขึ้น

  4. ฟันดำ
ส่วนมากเกิดจากฟันผุ โดยเฉพาะกรณีที่ผุเป็นโพรงใหญ่
ซึ่งเงาดำจะสะท้อนออกมาทำให้ฟันดูคล้ำลง

  อีกสาเหตุที่พบบ่อย คือ ฟันตาย
โดยอาจเกิดจากการได้รับแรงกระแทกรุนแรงที่ฟัน
หรือฟันผุที่ปล่อยไว้นานจนทะลุโพรงประสาทฟัน


  5. ฟันแดง
มักเกิดจากการที่ฟันได้รับแรงกระแทก
แล้วมีเลือดคั่งในโพรงประสาทฟัน
ฟันจึงมีสีชมพู/แดง
เมื่อเวลาผ่านไป ฟันอาจเปลี่ยนเป็นสีเทา/ดำ

อย่างไรก็ตาม ยังมีสีฟันและสาเหตุที่ทำให้ฟันมีสีต่าง ๆ อีกมากมาย
หากใครมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจในสีฟันของตนเอง
แนะนำปรึกษาทันตแพทย์ใกล้บ้านได้เลยนะ







ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ฟันดีดี
https://www.facebook.com/betterteeththailand/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Ѹ?Ҥ? 18, 2020, 02:04:26 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11227
    • ดูรายละเอียด
"แต่ละวัย" ดูแลฟันอย่างไร ?
« ตอบ #40 เมื่อ: ?Ѹ?Ҥ? 18, 2020, 01:59:34 PM »



อยากมี ‘ฟันดีดี’ ก็ต้องดูแลฟันให้ดีทุกช่วงวัย 
ซึ่งแต่ละวัย ก็มีจุดเน้นแตกต่างกันไป
จะเป็นอย่างไรมาดูกันเล้ย

เริ่มตั้งแต่ทารกซึ่งฟันซี่แรกมักเริ่มขึ้นตอนอายุประมาณ 6 เดือน
ผู้ปกครองควรพาน้องๆ มาพบหมอฟันตั้งแต่ก่อน 1 ขวบ
เพื่อให้เด็กมีความคุ้นเคยกับหมอฟัน
และถือโอกาสตรวจสุขภาพช่องปากไปในตัว

การดูแลฟันให้ลูกรักในแต่ละช่วงวัย มี ‘จุดเน้น’ ที่แตกต่างกันดังนี้

เด็กวัยเตาะแตะ (อายุต่ำกว่า 3 ปี)
ควรเริ่มแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 1000-1500 ppm*
ตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น
โดยใช้แปรงสีฟันเด็กแตะยาสีฟันแค่พอเปียก
แล้วผู้ปกครองเป็นผู้แปรงให้
เมื่อแปรงเสร็จให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดยาสีฟันออก

เด็กเล็ก (อายุ 3-6 ปี)
ควรแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 1000-1500 ppm*
โดยบีบเท่า ‘ความกว้าง’ ของหน้าตัดแปรง
ทั้งนี้ ผู้ปกครองควรเป็นผู้บีบยาสีฟัน
แล้วให้เด็กแปรงเอง
จากนั้นจึงคอยดูแลให้เด็กบ้วนยาสีฟันออกเมื่อแปรงเสร็จ
แล้วจึงแปรงซ้ำอีกครั้ง

(*ขึ้นกับความเสี่ยงในการเกิดฟันผุที่ทันตแพทย์เป็นผู้ประเมิน)

  เด็กวัยเรียน (อายุ 6 ปีขึ้นไป)
ควรแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 1500 ppm
โดยบีบเท่า ‘ความยาว’ ของหน้าตัดแปรง
ให้เด็กแปรงเอง เมื่อแปรงเสร็จให้บ้วนยาสีฟันออก
แล้วผู้ปกครองจึงตรวจความสะอาดอีกครั้ง

-----------------

วัยรุ่น
ควรแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ตามสูตร 2-2-2
โดยแปรงอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
ครั้งละอย่างน้อย 2 นาที
และงดกินหลังแปรงอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
ร่วมกับใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน

ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง
เช่น ชานมไข่มุก ลูกอม ขนมเหนียว ฯลฯ
เพราะนอกจากจะทำให้อ้วน สูญเสียความมั่นใจแล้ว
ยังเพิ่มโอกาสที่ฟันจะผุอีกด้วยนะ


ถ้าจำเป็นต้องจัดฟัน ควรเลือกหน่วยบริการ/คลินิกทันตกรรมที่ได้มาตรฐาน
และต้องทำความสะอาดช่องปาก รวมถึงอุปกรณ์จัดฟันให้ดีเป็นพิเศษ
ไม่งั้นจากฟันจะสวย จะกลายเป็นฟันเสียแน่นอน

-----------------

วัยทำงาน 
วัยนี้เป็นอีกช่วงวัยสำคัญ
ถ้าดูแล ฟันดีดี เราก็มี #ฟันยังดี ไปจนถึงวัยเก๋า

ดังนั้น การ์ดอย่าตก!

ยังคงต้องแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ตามสูตร 2-2-2
โดยแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
ครั้งละอย่างน้อย 2 นาที
และงดกินหลังแปรงอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
เพื่อขจัดแผ่นคราบจุลินทรีย์
ลดโอกาสการเกิดฟันผุและโรคเหงือกอักเสบ

ร่วมกับใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน
เพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์และเศษอาหารตามซอกฟัน
ที่ขนแปรงเข้าไม่ถึง

  วัยเก๋า 
‘โรคประจำตัว’ มักเป็นเพื่อนคู่กายวัยเก๋า
และสุขภาพช่องปากก็มีความเชื่อมโยงกับโรคประจำตัวหลายโรค
เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น


ดังนั้น วัยเก๋าจึงควรดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี
อีกทั้งพบหมอฟันเป็นประจำ
แม้จะไม่มีฟันแล้วก็ตาม!

สำหรับการดูแลช่องปากเบื้องต้นก็คล้ายเดิมเลยจร้า
คือ แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ตามสูตร 2-2-2
ร่วมกับทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน

แต่เนื่องจากวัยนี้มักมีปัญหาเหงือกร่น
จึงควรแปรงฟันโดยเน้นให้ขนแปรงสัมผัสคอฟันทุกซี่
ทั้งด้านกระพุ้งแก้มและลิ้น (แต่ไม่แปรงแรงจนคอฟันสึกนะ)
อีกทั้งทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟัน
ร่วมกับใช้แปรงซอกฟันในบริเวณซอกฟันที่มีเหงือกร่น
ซึ่งไหมขัดฟันที่มีลักษณะเป็นเส้นขนาดเล็ก
จะไม่สามารถทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ

อีกหนึ่งปัญหาที่มักเจอในวัยเก๋าก็คือ
‘ภาวะปากแห้ง/น้ำลายน้อย!’
ซึ่งมักทำให้กลืนอาหารลำบาก ช่องปากเสียสมดุล
เสี่ยงฟันผุและเป็นแผลในช่องปากง่ายขึ้น

วัยเก๋าที่มีปัญหานี้ ฟันดีดี แนะนำให้พยายามทำช่องปากให้ชุ่มชื้น
โดยวิธีง่ายๆ ที่สามารถทำได้เองก็เช่น จิบน้ำบ่อยๆ
เคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มีน้ำตาลเพื่อกระตุ้นการหลั่งของน้ำลาย
หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่/ดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ
ทั้งนี้ อาจปรึกษาหมอฟันในกรณีที่รู้สึกปากแห้งมากๆ
เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมเพิ่มเติมต่อไป

แหล่งข้อมูล:
- ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย
- สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ดูน้อยลง







ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ฟันดีดี
https://www.facebook.com/betterteeththailand/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Ѹ?Ҥ? 18, 2020, 02:09:52 PM โดย ยาใจ »