ผู้เขียน หัวข้อ: ✧ ผู้ไม่ประมาท ชื่อว่า... เป็นผู้ไม่ตาย - พ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี  (อ่าน 58 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12940
    • ดูรายละเอียด




ผู้เป็นฆราวาสมีธุระมาก มีกิจมาก
การที่จะปลีกตัวมาแต่ละครั้ง
ก็เป็นโอกาสที่แสนยาก แล้วก็มีเวลาน้อย
ถ้าเทียบดู...ปีหนึ่งมี ๓๖๕ วัน
เรามาเก็บตัวปฏิบัติ คืน วัน
นอกนั้นเราก็เป็นไปกับทางโลก
เป็นไปกับการงานต่างๆ

ถ้าเรามีชีวิตการงานที่ปล่อยปละละเลย
ไม่ได้เจริญกรรมฐานไปด้วย
แต่ละวันๆ จิตใจของเรา
ก็จะสะสมกิเลสไว้มากมาย
เวลาที่เห็นรูปแต่ละครั้ง
ถ้าไม่มีสติแล้ว กิเลสก็จะเกิด

เจอรูปสวย ก็เกิดความยินดีพอใจ
เป็นโลภมูลจิต
เจอรูปไม่สวย รู้สึกไม่พอใจ
ก็เป็น โทสมูลจิต อีก
หรือเจอรูปแล้วก็หลงใหลเลื่อนลอย
ไม่รู้เท่าทัน ก็เป็น โมหมูลจิต อีก
หรือเราฟังเสียง ได้ยินเสียงไพเราะ

ขาดสติ โลภมูลจิตก็เกิดขึ้น
ความพอใจความติดใจ เป็นโลภะ
ได้ยินเสียงไม่ไพเราะ
เสียงหนวกหู เสียงด่า ก็เกิดโทสมูลจิต
หรือไม่รู้เท่าทัน ก็เป็นโมหมูลจิต
หลงไปในอารมณ์นั้น


เวลาได้กลิ่นหอม ได้ลิ้มรสอร่อย
ได้สัมผัสถูกต้องทางกาย
เย็นสบายนุ่มนวล
ได้รับอารมณ์ทางใจที่ดี
จิตก็จะเกิดโลภะ
ความพอใจ ความติดใจในอารมณ์นั้น

ถ้าเจอกลิ่นเหม็น รสไม่อร่อย
สัมผัสไม่ดี ร้อนเกินไป หนาวเกินไป
แข็งเกินไป ให้ปวด ให้เจ็บ
ให้ไม่สบาย จิตก็มักจะเป็น โทสะ
เกิดความไม่พอใจ เป็นโทสมูลจิต อีก
หรือมีอารมณ์มากระทบแล้ว
ไม่รู้เท่าทัน หลงใหลเลื่อนลอย
ก็เป็นโมหมูลจิตอีก

แล้ววันหนึ่ง ๆ เราเห็นกี่ครั้ง
ได้ยินกี่ครั้ง ได้ดมกลิ่น ได้ลิ้มรส
ได้สัมผัสถูกต้อง รับรู้เรื่องราวกี่ครั้ง
นับไม่ถ้วน


ฉะนั้น ปริมาณของกิเลส
ที่เกิดขึ้นแต่ละวัน ๆ ก็มีมาก
เดี๋ยวก็เป็นโลภะ เดี๋ยวก็เป็นโทสะ
เดี๋ยวก็เป็นโหะ
บางทีก็มีมานะ(ความถือตัว)เข้ามาอีก
บางทีก็มีความอิจฉาริษยาเข้ามาอีก
บางคราวก็ตระหนี่หวงแหน
บางครั้งก็หงุดหงิดรำคาญ
บางคราวก็ท้อแท้ ท้อถอย สงสัย
บางครั้งบางคราวก็ไม่ละอายต่อบาป
ไม่เกรงกลัวต่อบาป
แล้วก็มีความยึดมั่น ถือมั่น
เป็นตัวเป็นตน เป็นเราเป็นเขา

ถ้าชีวิตที่เป็นไปแต่ละวัน
ขาดสติสัมปชัญญะ
ก็จะสะสมเอากิเลสไว้มาก
หมักดองอยู่ในขันธสันดาน
กลายเป็น อาสวะ เป็นเครื่องหมักดอง
ติดเป็นนิสัยไป

ถ้าสะสมกิเลสสายโลภะไว้มาก
ก็ไปเป็นคนราคจริต
สะสมกิเลสประเภทโทสะไว้มาก
ก็ไปเป็นคนโทสจริต ขี้โกรธ
สะสมโมหะไว้มาก
ก็ไปเป็นคนโมหจริต ขี้หลง
สะสมวิตกกังวล คิดมาก
เรื่องอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็คิดมาก
ก็กลายเป็นคนวิตกจริต
นี่ก็เพราะว่าสะสมเข้าไว้เอง

ฉะนั้น ในวันหนึ่งๆ ที่เรามีชีวิตอยู่
ถ้าเราขาดสติที่จะรู้เท่าทัน
เรียกว่า เราประมาท
ประมาทเพราะว่า
ปล่อยให้กิเลสท่วมทับจิตใจตัวเอง
ผู้ประมาทจึงชื่อว่า ผู้ที่ตายแล้ว


ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย
เพราะว่าคนตายเจริญสติไม่ได้
ไม่มีโอกาสเจริญกุศล เจริญสติ รู้เท่าทัน
คนมีชีวิตอยู่ ถ้าประมาท
ก็เท่ากับคนตายเหมือนกัน
คือไม่ได้เจริญสติ
ผู้ไม่ประมาทชื่อว่าเป็นผู้ไม่ตาย
ความไม่ประมาทเป็นทางแห่งความไม่ตาย
คนที่สะสมสติไว้เสมอ ๆ
มีสติ มีปัญญา รู้เท่ารู้ทัน
ก็จะทำชีวิตให้เข้าถึงอมตธรรม

............................
ธัมโมวาท โดย‎หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี
เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ พระนครศรีอยุธยา







ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook วัดมเหยงคณ์ ธัมโมวาท
https://web.facebook.com/PageWatMaheyong
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 21, 2022, 01:47:45 pm โดย ยาใจ »