ผู้เขียน หัวข้อ: ❁ แนวทางและวิธีการศึกษาปริยัติ โดย พระมหากีรติ สนทนากับ พระมหาฟูกิจ  (อ่าน 2608 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15643
    • ดูรายละเอียด




❁ เรียนอภิธรรม จะไปใจร้อนไม่ได้
เหมือนกับการปูพื้นฐาน รู้ไปทีละคำ
ค่อยๆ รู้ แต่ว่าเวลารู้ได้เข้าใจได้แล้ว
จะมีหลักสำคัญ ก็สามารถเข้าใจธรรมได้ดี

❁ แต่ถ้าเราไม่ได้ลงทุนอย่างนั้น
เราจะไปรู้ ทีละอัน...ทีละอัน
บางทีเราก็ต้องขยันหน่อยน่ะ
เวลาเจอปัญหาอะไร
เราก็ต้องกลับไปค้น...กลับไปค้น
เพื่อเราจะเข้าใจว่าสิ่งที่เข้าใจนี้มันถูกนะ
คำๆ เดียวกันนี่ เราอาจเข้าใจผิดก็ได้ใช่ไหม
เราก็ต้องกลับไปค้นคว้ามากหน่อย

…

แต่ว่าถ้าเราเรียนอภิธรรมนี่
จะเป็นระบบๆ แล้วเราก็ค่อยๆ
เข้าใจไปอย่างนั้นไปเลยก็ได้

❁ แต่ก็ต้องใช้เวลาสักนิดหนึ่ง
แต่ว่าอาตมาว่ามันคุ้มค่านะ
ถ้าเราอยากเรียนธรรมะนี่
...อภิธรรมก็น่าจะเรียนก่อน
จริงๆ ก็ไม่ได้ใช้เวลานานอะไรเท่าไหร่


จะได้มีหลัก พอได้อภิธรรมแล้ว
ก็เอาหลักไปจับธรรมะอย่างอื่นได้

❁  แล้วจะไปปฏิบัติ ไปอะไรต่อก็ได้นะ
ก็จะได้มีหลักอภิธรรมเป็นตัวยึดไว้
ส่วนบาลี เรียนไว้ก็ดี จะได้เข้าใจศัพท์
อย่างน้อยก็ให้ได้พื้นฐานไว้หน่อยนะ

………

❁  แนวทางและวิธีการศึกษาปริยัติ
โดย พระมหากีรติ ธีรปัญโญ
สนทนากับ พระมหาฟูกิจ ชุติปัญโญ

วันอาทิตย์ที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๓
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2023, 01:46:52 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15643
    • ดูรายละเอียด



❁  สุดท้ายนี้อยากจะกราบขอพระอาจารย์
ให้กำลังใจให้กับญาติโยมแล้วก็ตัวกระผมด้วย
ในการศึกษาปฏิบัติธรรมต่อไปครับพระอาจารย์ครับ

❁  พระมหากีรติ : ก็ขออนุโมทนา
กับท่านพระมหาฟูกิจและกลุ่มเพื่อนๆ สหธรรมิก
หรือว่าเพื่อนญาติโยมฆราวาสที่ได้สนใจ
ศึกษาธรรมะเป็นระบบซึ่งก็คิดว่าก็สำคัญ


❁  ปัจจุบันนี้เราก็ให้ความสำคัญกับ...
ถือว่าเป็นครูบาอาจารย์เป็นเฉพาะสาย
บางทีก็ทำให้มันแยกออกไปแล้วก็
บางทีสื่อสารกันยากนะว่า เออ
ตกลงอย่างไร มันเป็นอย่างไร

❁  ทีนี้ถ้าเราพอมีการศึกษาเป็นระบบ
ตามระบบครูบาอาจารย์ที่ท่านวางแผนไว้
มีการศึกษาอย่างนี้ๆ ก่อนเป็นเรื่องเป็นราวไป
เราก็จะได้อย่างน้อยคุยกันก็จะได้ใช้ศัพท์ที่มัน
...ใช้คำจำกัดความที่มันตรงกัน
แล้วเวลาปฏิบัติเราก็จะได้มีข้ออ้างอิงได้
เราเรียนรู้ แล้วเราก็มาปฏิบัติมีหลักเทียบนะ
ว่าสมัยก่อนเขาคงปฏิบัติมาแบบเดียวกันนี่แหละ
เขาเจออุปสรรคอะไรๆ แล้วเขาก็ได้บันทึกไว้หมดแล้วล่ะ


❁ แล้วบางทีตัวเราก็มีการไปศึกษาไปเรียนรู้
ขณะเดียวกันเราก็เอามาปฏิบัติด้วยนะ
อย่ารู้เฉยๆ อย่าเป็นเฉพาะในคัมภีร์
เราก็ต้องเอามาน้อมนำมาปฏิบัติ
แล้วก็เช็คซึ่งกันและกันนะ


❁ เวลาเราปฏิบัติเราก็จะรู้ว่า
อ้อ สิ่งนี้เรายังขาดไป
เราก็ต้องไปดูเพิ่มในสูตรนี้
แล้วมันก็จะเช็คซึ่งกันและกัน


❁ ดังนั้นก็ขออวยพรแล้วก็ขออนุโมทนา
ขอให้ได้มีโอกาสที่จะศึกษาธรรมะที่ถูกต้องนะ
แล้วก็น้อมนำเอาความรู้ไป...

คนที่ได้ประโยชน์ได้ก็คือพวกเราเองนะ
แต่ว่าคนที่อยู่รอบข้างเรา
อย่างน้อยเราก็ถ้าเราเข้าใจ
เราก็สามารถจะเผยแผ่


❁  อันหนึ่งที่ได้จากการเรียนก็คือ
เราก็ไม่ได้พูดคำของเราเอง เราก็มีเทียบอีก
แล้วเราก็เหมือนกับว่าเราถ้าพูดของเราเอง
บางทีเราก็อาจจะผิดได้เพราะเราก็ยังใหม่ในการปฏิบัติ


❁  เหมือนกับว่าพอมีคำของครูบาอาจารย์
ที่ท่านเป็นหลักเอาไว้
เราก็น้อมนำมาชี้ชวนกันนะให้ดูว่า
ท่านมีนัยอย่างนี้ๆ นะ แล้วเราก็พยายาม
ปฏิบัติไปด้วยกัน แล้วก็ถือว่าเป็นกัลยาณมิตร
ร่วมกันศึกษาไปพร้อมๆ กัน


❁  อันนี้ก็เรียกว่าเป็นการที่จะรักษาศาสนาไว้ได้
ไม่ได้ปล่อยให้อยู่เฉพาะในหนังสือ
แต่ว่าเอามาสวด เอามาสาธยาย
เอามาเรียน มาสอน มาคุยกัน

อันนี้หมายความว่าอะไรคำนี้นะ
อรรถมันว่าอย่างไรอะไรอย่างนี้ แล้วก็คุยๆ กัน


❁  แล้วเราก็จะได้เพิ่มความรู้มากขึ้น
สิ่งนี้หมายถึงว่าเป็นเขาเรียกคัมภีร์มันลึกซึ้ง
ไม่ใช่ว่าคำที่มันมาแต่งขึ้นมาใหม่ๆ
แล้วมันก็ยังไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งอะไร
มันก็เหมือนกับเป็นการเล่นคำเฉยๆ
มันไม่ได้ไปไหน
แต่ว่าเรามีคำที่มันมีอมความลึกซึ้งอยู่
มันเป็นคัมภีร์ เราเข้าไปศึกษา
แล้วก็ไปคิดแบบนั้น แล้วเราก็มาคุยกัน
ระหว่างทางในการปฏิบัติ


❁ คิดว่ามันเป็นการเขาเรียกว่ามีความสุข
มีความ... ที่เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทุกๆ วัน
ในการที่ได้เข้าถึงอรรถ เข้าถึงธรรมะ สภาวธรรม
แล้วก็ขออวยพรให้ทุกๆ ท่านได้ประสบความสำเร็จ


❁  พระมหาฟูกิจ : ครับ กราบขอบพระคุณ
พระอาจารย์มหากีรติหรือพระอาจารย์ต้นมากๆ
เลยครับผม แล้วญาติโยมที่สนใจพระธรรมเทศนา
ของพระอาจารย์ต้นก็จะมีอยู่ใน YouTube
ของชมรมกัลยาณธรรม แล้วก็หนังสือ
ที่พระอาจารย์ได้เรียบเรียงไว้ทั้งสูตรหายใจ
แล้วก็มรณสติ พระอาจารย์ก็มีไฟล์ดาวน์โหลดอยู่ด้วย


❁  ถ้าไปติดตามอยู่ในเพจของกัลยาณธรรม
หรือว่าทาง YouTube ก็จะมีไฟล์เป็นเอกสาร
ซึ่งพระอาจารย์ก็จะอ้างอิงเอาจากพระไตรปิฎก
หยิบมาแล้วก็มาใช้วิธีการที่พระอาจารย์ท่านพูด
บรรยายให้เราฟังนี่แหละนะว่าขยายคำบาลีอย่างไร
อภิธรรมอย่างไร เพื่อให้สอบทานความเข้าใจกับตัวเราเอง


❁  เมื่อเราศึกษาแล้วก็จะได้เข้าใจพุทธพจน์
แล้วก็น้อมเข้ามาใส่ตัวได้ง่ายด้วย
ในวันนี้มีประโยชน์มากๆ ครับ


………

❁  แนวทางและวิธีการศึกษาปริยัติ
โดย พระมหากีรติ ธีรปัญโญ
สนทนากับ พระมหาฟูกิจ ชุติปัญโญ

วันอาทิตย์ที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๓



❁❁❁---------------------❁❁❁---------------------❁❁❁---------------------❁❁❁

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook Kanlayanatam
https://web.facebook.com/profile.php?id=100064859643754
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 11, 2023, 08:45:18 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15643
    • ดูรายละเอียด
  ขออภัยค่ะ ตกหล่นค่ะ.... ทำให้ไม่ต่อเนื่องค่ะ ✿




❁ พระมหาฟูกิจ : มีคำถามต่อมาครับ
ถามว่ากิจที่พึงกระทำต่อปริยัติที่เรียนรู้มา
โดยสภาวะการปฏิบัติเฉพาะตนที่ยังไปไม่ถึง
กิจมันคืออะไรครับพระอาจารย์

❁ พระมหากีรติ : ปริยัติที่เรียนรู้มาโดยสภาวะ
การปฏิบัติยังไปไม่ถึง เอ้า เราก็...
ถ้าเรายังปฏิบัติไปไม่ถึง...เราก็วางไว้ก่อนนะ
เราก็รู้แต่ว่าเรายังปฏิบัติไปไม่ถึง
แล้วก็คล้ายๆ กับว่ามันเป็นส่วนของสัญญาไว้ก่อน

ก็ทำความเข้าใจไว้นะ
แต่ว่าเมื่อไรที่เราปฏิบัติไปถึงตอนนั้น
เราก็จะได้ปริยัตินั้นก็จะมา
เหมือนกับเรามีแผนที่น่ะใช่ไหม
เรายังเดินไม่ถึงเราจะทำอะไรกับแผนที่นั้น
เราก็วางไว้ก่อนนะ แล้วพอเราเดินไปถึงแล้ว
เราก็จะได้หยิบแผนที่ส่วนที่เราเดินถึงแล้วเอามาดู

บางทีแผนที่ตอนนั้น
มันอาจจะขยายน้อยไปก็ได้
ถ้าเราเดินไปถึงเราอยากจะ
อันนี้มันหยาบจังเลย เราก็ต้องไปดูปริยัติเพิ่ม
คือไปดูแผนที่ส่วนนั้นให้มันละเอียดขึ้น

❁ พระมหาฟูกิจ : ซึ่งมันก็ไม่สูญเปล่าใช่ไหมครับ

❁ พระมหากีรติ : ใช่ๆ มันก็จะอยู่ตรงนั้นแหละ
เพียงแต่ว่าเรายังไปไม่ถึงเท่านั้นเอง
เมื่อเราไปถึง เราก็ไปเอามาดูให้มันชัดขึ้นก็เท่านั้น

ข้อสองลำดับการศึกษาสืบค้นปริยัติ
เพื่อค้นหาคำตอบเทียบเคียงสภาวะ
การปฏิบัติที่ปรากฏขึ้นจริง

อ๋อ อันนี้ก็ต้องมีการโยงให้ได้น่ะว่า
ปริยัติเราเรียนมา แล้วการปฏิบัตินี่
ตอนนี้มันเทียบกับปริยัติในส่วนไหนนะ
ก็คือตอนแรกที่เรียนนี่
มันอาจจะต้องเรียนคร่าวๆ ก่อน
เพราะว่ามันอาจจะไม่ไปตรงกับปฏิบัติโดยตรง
อย่างเราก็ต้องมาเรียนคำจำกัดความ

❁ เรียน ขันธ์ ๕ คืออะไรๆ พวกนี้
มันเป็นส่วนของเขาเรียกว่าญาตปริญญา
คือต้องรู้ทั่วๆ ไปก่อนนะ แต่ว่ามันก็มีส่วนหนึ่ง
ที่ว่าเป็นการปฏิบัติโดยตรง ก็พูดง่ายๆ
อันนี้คือโพธิปักขิยธรรม ๓๗
อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องสร้างขึ้นมาโดยตรง
อันนั้นก็จะตรงกันได้
แต่ว่าในช่วงของญาตปริญญาที่เกี่ยวกับทุกข์
ที่จะต้องปริญญานี่บางทีมันก็เยอะไง

แต่ว่าเราจะรู้อะไร เราก็รู้เท่าที่เรา...
คือพูดง่ายๆ เรายึดติดอะไรก็ต้องรู้อันนั้น (หัวเราะ)

❁ ยึดติดมากก็ต้องรู้เยอะนะ
ยึดติดน้อยก็ไม่ต้องรู้เยอะก็ได้นะ
ยิ่งเราไม่ยึดติดเราก็ไม่ต้องไปรู้มันมาก
แต่ว่าถ้าเราติดไปทั้งหมดเลยเราก็ต้องรู้ให้ได้
เพื่อว่าเราจะได้ถอนความยึดติดในนั้นให้มันได้

❁ เพราะฉะนั้นก็จะมากน้อยแค่ไหน
ก็ขึ้นอยู่กับเราไปยึดติดกับมันมากน้อยแค่ไหน
ก็อย่างน้อยเรียนตอนแรกก็รู้ศัพท์
รู้วิธีจัดการกับมันก่อนนะ
แล้วตอนหลังเรามีเวลา
เราก็เน้นในเรื่องของการปฏิบัติ
ก็เน้นตรงโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ให้มันเกิดขึ้นมา
…

❁ พระมหาฟูกิจ : รู้อะไรเป็นอะไรก่อน
รู้อะไรว่าเรียกว่าอะไรก่อน
แล้วก็รู้หน้าที่ต่อสิ่งนั้นๆ
แล้วก็รู้ว่าเราส่วนไหนที่เราทำได้อย่างเต็มที่
ก็คือตัวโพธิปักขิยธรรม ๓๗ นะครับพระอาจารย์

❁ คำถามต่อไป ปริยัติที่จำเป็นต้องศึกษา
และปฏิบัติ ปฏิเวธ ที่พระอาจารย์จะสรุปให้กับฆราวาส
เอาสักง่ายๆ น่ะครับว่าเป็นคัมภีร์ไหนก่อน
เริ่มต้นอาจจะสัก ๕ เล่มอย่างนี้นะครับ
เริ่มจาก ๑ ๒ ๓ เริ่มก่อนอย่างนี้ครับ
แล้วก็แล้วค่อยมาว่ากันอีกทีหนึ่งครับ
พระอาจารย์พอจะมีแนะนำ เอา ๓ เล่มก็ได้ครับ
ถ้าอยากจะแนะนำในความคิดเห็นของพระอาจารย์
………

❁ แนวทางและวิธีการศึกษาปริยัติ
โดย พระมหากีรติ ธีรปัญโญ
สนทนากับ พระมหาฟูกิจ ชุติปัญโญ

วันอาทิตย์ที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๓
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 11, 2023, 08:41:09 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15643
    • ดูรายละเอียด



❁ พระมหาฟูกิจ : แนวทางการปฏิบัติตามปริยัติ
ศึกษายังไงนะครับมันถึงจะลดละสักกายทิฏฐิได้
พระมหากีรติ : คือตัวปริยัตินี่จะอธิบาย
ความเป็นไปของสภาวธรรมทั้งหมด
คือเราเข้าใจสักกายทิฏฐิ
ก็เพราะว่าเราไปยึดขันธ์ ๕
ขันธ์ใดขันธ์หนึ่งหรือทั้งหมดว่าเป็นตัวเรา
เราไม่เห็นความเชื่อมโยงของเหตุปัจจัย
ไม่เห็นว่าสิ่งเหล่านี้มันมีเกิดมีดับ
แล้วมันก็เกิดดับตามเหตุตามปัจจัย
มันไม่ได้เป็นตัวเรา
เราไม่สามารถที่จะบังคับควบคุมได้นะ
ฉะนั้นการที่เราจะเข้าใจตัวนี้
เราก็ต้องเข้าใจว่ามันประกอบด้วยอะไร
ก็คือต้องเข้าใจสภาวธรรมทั้งหมด
ที่มันประกอบด้วยกันทั้งหมดน่ะ

❁ การเรียนปริยัติก็ก็คือน้อมไปในสูตรนั้นว่า
เราเข้าใจว่าขันธ์ ๕ ทั้งหมดที่เราเคยเข้าใจว่า
เป็นตัวเรานี่แหละ...จริงๆ มันเป็นแค่สภาวธรรม
และมันมีการต่อเนื่องกันอย่างไร อะไรมันเกิดก่อน
แล้วอะไรมันตามมา อะไรเป็นเหตุ
อะไรเป็นปัจจัยตามกระบวนการ จริงๆ

❁ สรุปก็คือต้องเข้าใจกระบวนการ
ปฏิจจสมุปบาทหรืออิทัปปัจจยตานั่นแหละ
ว่ามันเป็นอย่างไร ก็ทีนี้จะเข้าใจตัวนี้ได้อย่างไร

ตัวนี้เป็นกระบวนการทั้งหมด
อธิบายทั้งหมดว่ามันไม่ใช่ใครเลย
มันไม่มีสัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา

❁ อยู่ในปฏิจจสมุปบาทเลย
แต่ว่ากระบวนการมันมี
แต่ว่าความทุกข์มันมีใช่ไหม
แก่ ความเจ็บ ความตาย พวกนี้มันมีหมด
แต่ว่ามันไม่ใช่เป็นสิ่งที่เราจะไปยึดถือ
ว่าเป็นเรา-ของเรา
…

❁ เพราะฉะนั้นการเรียนปริยัติที่ถูกต้องก็คือ
เรียนไปในส่วนนั้น ไปเข้าใจสภาวธรรมว่า
มันเกิดอะไรขึ้น ทุกข์มันเกิดมาอย่างไร
แล้วที่เราหลงอยู่ในวัฏฏะก็เพราะเราไปหลง
ในสิ่งที่มันไม่ใช่ตัวเรา แล้วมันไม่ใช่สุขด้วย
แล้วมันไม่เที่ยงด้วย เราไปถือว่ามันเที่ยง
สุขแล้วเป็นตัวเรา
แล้วก็ไปยึดเอาสิ่งที่อยู่ในปฏิจจสมุปบาท
นั่นแหละเอามาเป็นตัวเรา แล้วเราก็ทุกข์อยู่อย่างนี้

❁ เพราะฉะนั้นก้าวแรกก็คือ
เราต้องเห็นอันนี้ก่อนว่ามันเป็นแค่กระบวนธรรม

❁ เพราะฉะนั้นปริยัติมันก็สำคัญในช่วงแรก
ถ้าเรายังเห็นเป็นก้อนตัวเราอยู่
แล้วปฏิบัติจะให้ก้อนนั้นมันเป็นอะไรสักอย่างหนึ่ง

มันก็ผิดทางตั้งแต่แรกแล้ว

เราต้องเข้าใจว่ามันไม่ได้มีก้อนอะไรเลย
มันมีแต่กระบวนการ เหตุและปัจจัย

แต่ว่าเราก็ต้องมีส่วนเข้าไปร่วม
ในกระบวนการนั้นถ้าเราจะให้มันหยุดน่ะ
เพราะว่ามันเกิดดับก็จริงแต่ว่ามันเกิดมาอีกน่ะ
…

❁ เพราะฉะนั้นข้อปฏิบัติของพระสงฆ์เราน่ะ
ก็ปฏิบัติเพื่ออะไร ก็จุดประสงค์
เพื่อ อนุปาทิเสสปรินิพพาน ก็คือเพื่อจะไม่เกิดอีก

เพราะว่ามันดับอยู่แล้วล่ะ
ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่มันไม่ดับ
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดมันดับหมด
แต่ปัญหาอยู่ที่เกิดอีก

❁ เพราะฉะนั้นของเราก็คือว่า
ขันธ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้
เราก็ให้มันดับตามสภาวะของมันนะ
คือเหมือนกับดับอยู่แล้ว
แต่ว่าเราไม่ไปสร้างเหตุปัจจัยให้มันจะเกิดอีก
เราจะเข้าถึง อนุปาทิเสสปรินิพพาน ก็คือตรงนี้
…

❁ เพราะฉะนั้นกระบวนการธรรมศึกษาทั้งหมด
มันจะต้องเข้าใจตรงนี้ก่อนนะ
แล้วถึงว่าต้องมีปริยัติเป็นพื้นฐานให้เข้าใจว่า
เรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วถึงจะไปลงมือทำ
ตอนลงมือทำนี่มันไม่ใช่เป็นตัวเรา
แต่มันเป็นกระแสของธรรมะ

❁ เรากำลังสร้างศีล สมาธิ ปัญญา
ให้เกิดขึ้นเพื่อเราจะได้มีองค์มรรค
เพื่อจะได้ตัดกระแสตัวนี้ มันจะได้ไม่เกิดอีก

ไม่งั้นเราก็เกิดไปเรื่อยๆ วัฏฏะก็ไม่มีที่สิ้นสุด

❁ ดังนั้นอันนี้ก็คือต้องมีความเข้าใจในปริยัติ
เพื่อว่าจะนำไปสู่ปฏิบัติเพื่อว่าจะได้จบ
…

❁ พระมหาฟูกิจ : ปริยัติก็คล้ายๆ เป็นแผนที่
ปฏิบัติก็เป็นเหมือนหนทางที่การเดินทางไป

แล้วการเดินทางกับแผนที่นี่ต้องสอดคล้อง
ไปในขันธ์ ๕ แล้วก็ถอดถอนความเข้าใจผิด
ในขันธ์ ๕ นี้ใช่ไหมครับ
แยกแยะว่ามันมีปัจจัยที่เกื้อกูลกันมา
และปัจจัยที่เกื้อกูลกันมานี้ก็มีความเกิดดับ
เนื่องกันไป...เนื่องกันไป

ให้เราเห็นว่าไอ้นี้มันเป็นกระบวนการที่มันเกิดขึ้น

❁ การศึกษาก็ดี การปริยัติปฏิบัติก็ดี
เพื่อให้เข้าใจกระบวนการที่แท้จริงนี้
มันถึงจะลดสักกายทิฏฐิใช่ไหม
…

❁ พระมหากีรติ : ใช่ๆ คือเราจะไปลดอันหนึ่งได้
เราก็ต้องเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นก่อน
เราต้องเข้าใจกระบวนการที่มันมี
เราถึงจะไปลดได้ว่ามันไม่ใช่ตัวตน
มันไม่ใช่ไม่มีตัวตนแล้วมันว่างหายไป...

มันไม่ใช่อย่างนั้น
มันมี...มันมีกระบวนการเยอะด้วย
ซับซ้อนด้วยมันไม่ใช่ง่ายๆ นะ

ถ้าเราไม่ได้เรียน
บางทีมันแยกยากเหมือนกันว่าอะไรเกิด
เสร็จแล้วอะไรมันดับ แล้วอะไรมันเป็นปัจจัยซึ่งอะไร

❁ ฉะนั้นการมาเรียนในการที่จะเข้าใจมัน
แล้วจะได้จับได้ อ้อ แต่ว่าตอนแรกเลย
เราก็เรียนเราก็จำไปก่อน
แต่ว่าตอนที่เราไปเห็นสภาวธรรม
ตอนที่มันเกิดดับจริงๆ เราก็จะเข้าใจมันจริงๆ

อ้อ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
ที่เรียนมาน่ะเหมือนเรามาเห็นจริงๆ
แต่ว่าถ้าไม่ได้เรียนมานี่มันยากเหมือนกันนะ

❁ เพราะปัญญาเราๆ
ไม่ได้คิดไปในแนวนั้นน่ะซี่
มันจะฝืนสัญชาตญาณของเราน่ะ
เราจะเห็นอีกแบบหนึ่งใช่ไหม

เพราะอันนี้มันเป็นธรรมดาของคนที่อยู่รอดไป
เพราะมันมีวิวัฒนาการมาสอนให้เราคิดอย่างนี้
เราจะได้เพื่อจะได้มีภพน่ะ มีชาติขึ้นมา

พระมหาฟูกิจ : พระอาจารย์ครับ เหมือนคล้ายๆ ว่า
เรียนเพื่อเรียนว่าเราจะรู้อะไร เราจะดูอะไรน่ะนะครับ
คือการเรียนนี่มากกว่าที่จะเรียนไปเรื่อยๆ
แต่เรียนเพื่อเราจะได้รู้อะไร ศึกษาอะไร
ก็จะได้ทำให้มันจบได้

พระมหากีรติ : อื้ม ใช่

………

❁ แนวทางและวิธีการศึกษาปริยัติ
โดย พระมหากีรติ ธีรปัญโญ
สนทนากับ พระมหาฟูกิจ ชุติปัญโญ

วันอาทิตย์ที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๓




❁❁❁---------------------❁❁❁---------------------❁❁❁---------------------❁❁❁

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook Kanlayanatam
https://web.facebook.com/profile.php?id=100064859643754
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 11, 2023, 08:45:42 am โดย ยาใจ »