« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2023, 07:10:34 am »
☆ คุณสมบัติในตัวคนที่ว่าจะสร้างมนุษย์รมณีย์ มนุษย์รมณีย์ คนยังไงล่ะ...
ให้มีคุณสมบัติประจำใจคือ ปราโมทย์ ใจผ่องใจผ่อง ใจผ่องก็คือใจสดชื่น เบิกบาน แจ่มใส ปลอดโปร่ง โล่งเบา ใจคล่อง คือใจที่มันปราโมทย์มันผ่อง แล้วมันไม่มีอะไรกดบีบ ไม่มีอะไรรบกวนนั่นมันก็โล่งโปร่งสดชื่นเบิกบาน เวลาใช้ปัญญานี่ พุทธศาสนานี่เน้นปัญญาใช่ไหม มันใช้ปัญญามันก็เดินหน้าได้
ใจปราโมทย์ใจสดชื่น ร่าเริงเบิกบานแจ่มใสปลอดโปร่งโล่งเบา อะไรต่ออะไรคล่องเวลาจะคิดจะทำงานอะไรใจมันก็ไปง่ายหมดเลยมันโล่ง มันไม่มีอะไรกวนมันไม่มีอะไรเกะกะขวางทาง
พระพุทธเจ้าตรัสนะพอเริ่มก็ปราโมทย์ พอมีปราโมทย์ แล้วก็ปีติตามมา ปีติดตามมาเสร็จ เป็นปัสสัทธิ ปัสสัทธิก็ผ่อนคลาย ทั้งกายใจปัสสัทธิ สุขมาละ สมาธิมา
พอมันปราโมทย์ตัวเองแล้วมันก็ดีต่อคนอื่นด้วยนะ เจอใครก็ยิ้มได้ แจ่มใส มันก็สร้างไมตรีได้ สร้างปฏิสันถารได้ มันดีหมดเลยสภาพจิตพื้นฐานพระพุทธเจ้าให้มีปราโมทย์ไว้...
☆ ทีนี้พอได้ปราโมทย์แล้วต่อไปอะไร ต่อไปก็ย้ำอีกที ฉันทะ
ฉันทะคืออะไรล่ะ คือความปรารถนาที่เป็นกุศลใช่ไหม ความอยากนั่นเองแหละ
คนไทยนี่มารังเกียจความอยาก ต้องกำราบคนไทย ขออภัย ไปทำให้เขว ไปบอกอยากไม่ได้ อยากเสียหมดเลย อยากมันมี ๒ อย่าง
☆ พระท่านแยกไว้ชัด ความอยากมี ๒ อย่าง มี ๑) ตัณหาปัตถนา ๒) ฉันทปัตถนา ความอยาก ไอ้ปัตถนาก็ภาษาบาลีก็คือความอยาก ความอยากที่เป็นตัณหากับความอยากที่เป็นฉันทะ
ฉันทะนี่แหละเป็นตัวมูลเป็นตัวราก จะเป็นพระโพธิสัตว์จะเป็นพระพุทธเจ้าไม่มีทางได้ถ้าไม่มีฉันทะ
☆ โดยเฉพาะพระโพธิสัตว์นี่ต้องมีฉันทะแรงกล้า ฉันทะเป็นคุณสมบัติสำคัญของพระโพธิสัตว์ มีฉันทะแรงขนาดที่ว่าอยากจะช่วยคนให้พ้นจากความทุกข์ คนเขาติดไฟอยู่นี่ต้องมีแรงขนาดที่ฝ่าเพลิงไปช่วยคนในไฟได้คนตกน้ำอยู่ที่ไกลต้องมีฉันทะแรงอยากจะช่วยให้คนนี่พ้นจากความทุกข์พ้นความตาย มีฉันทะแรงขนาดนั้น พอฉันทะเกิดมันจะตามมาด้วยวิริยะ คือความเพียรความเพียรก็ออกเลย เพียรพยายามที่จะว่ายน้ำไปช่วยคนนั้นให้พ้นทุกข์พ้นการจมน้ำให้ได้
นี่ฉันทะตัวนี้ต้องมี นี้ฉันทะเราต้องปลุกให้ได้นะ ตั้งแต่เด็กเกิดมานี่ถ้าปลุกตัวนี้ไม่ได้เมืองไทยไม่มีทางฟื้นเมืองไทยเวลานี้ขาดฉันทะอย่างยิ่ง
ลมหายใจนี่พุทธศาสนานี่เน้นมาก พระพุทธเจ้าตรัสเลย อานาปานสตินี่แหละมาถึงลมหายใจ สติกำหนดลมหายใจ
เอาละทีนี้มันจะได้ประโยชน์จากลมหายใจมากขึ้นแล้วก็จิตมันก็จะเกิดสภาวะที่มีปราโมทย์ ปีติ ปัสสัทธิ สุข สมาธิได้ง่าย
☆ ในคัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรคตอนหนึ่งท่านบอกอย่างนี้นะเราหายใจเข้ายาว หายใจออกยาว เราก็สบายใช่ไหม เพราะว่าลมหายใจมันเป็นชีวิตเรานี้ ตอนนี้เราได้ลมหายใจ แล้วก็เราหายใจในท่าที่สบาย ทีนี้ท่านก็เหมือนกับบอกว่าเราให้รู้เราตระหนักในคุณค่าประโยชน์ของลมหายใจนะ มันเกื้อกูลเป็นพลังงานชีวิตหล่อเลี้ยงชีวิตของเรา แล้วเราหายใจด้วยฉันทะที่เห็นคุณค่าความดีงามของเจ้าลมหายใจนี้ พอหายใจด้วยความคิดความเข้าใจตระหนักคุณค่าอย่างนี้นะ ฉันทะมันเกิดขึ้น ฉันทะก็คือความพอใจใช่ไหม ก็คือชื่นชม ชื่นชมพอใจในการที่เราได้หายใจได้ลมหายใจอย่างดีอย่างพอสมควรเพียงพอ หายใจเรียกว่าหายใจด้วยฉันทะ
พอหายใจด้วยฉันทะ มีฉันทะหายใจด้วยความพอใจมีฉันทะก็เกิดปราโมทย์ เพราะฉะนั้นแค่อยู่กับลมหายใจนี้ท่านก็จะพักผ่อนได้แล้วก็มีความสุขอยู่กับลมหายใจเท่านั้นเอง เพียงอยู่กับชีวิตของตัวเองที่มีลมหายใจแล้วก็หายใจให้ดี หายใจอย่างมีความสุข...
การหายใจนี้ก็จะประสานกับรมณีย์ใช่ไหม ได้ลมหายใจที่ดีแล้วก็ทำให้ได้ปราโมทย์มีฉันทะผสานหมดเลยถูกไหม
☆ ฉันทะ ปราโมทย์ รมณีย์ อานาปานะ การหายใจ ชีวิตได้แค่นี้ก็สบายไปเยอะแยะพื้นฐานนี้ มนุษย์รมณีย์เตรียมเกิดได้แล้วนะ แล้วก็ต่อไปพอได้อานาปานสติใช่ไหม เป็นอันว่าใช้ลมหายใจอะไรนี้ให้ดีแล้วก็เป็นการเตือนตัวเราอยู่ด้วย ที่เราจะได้มีสติ
☆ สตินี้เป็นตัวสำคัญมาก เวลาเราเกิดอะไรขึ้นมานี้ให้เตือนตัวเองแล้วหันมามีสติหายใจ อย่างคนเกิดความกลัวตระหนกตกใจ ไม่รู้ตัวว่าหายใจผิดปกติแล้ว บางคนหายใจแทบไม่หายใจเลยบางคนกลัวแล้วกลั้นหายใจเลย พอรู้ตัวมีสติก็หายใจซะ หายใจเข้ายาวออกยาวความกลัวนั้นก็เบา แล้วก็สติมา แล้วก็จะทำอะไรได้
☆ เพราะฉะนั้นสติเสียไป หมดสติ กลายเป็นคนทำอะไรผิดพลาดไปหมดเลย โกรธขึ้นมาก็เหมือนกันนะ คนโกรธนี้ลมหายใจฟืดฟาดๆ หายใจผิดปกติ พอรู้ตัวนี่หายใจยาวๆ สบายๆความโกรธเองก็ลดลง แล้วมีสติเกิดขึ้นใช่ไหม
ใช้ลมหายใจให้เป็นนะไม่ว่าโกรธว่ากลัวว่าอะไร ประหม่าอีกอย่าง คนประหม่าจะพูดประหม่าไม่รู้ตัวหรอกว่าจะหยุดหายใจแล้ว พอรู้ตัวหายใจซะหายใจยาวๆ เข้ายาวออกยาว ไอ้ความประหม่าจะค่อยๆ เบาหรือหายไปเลย แล้วก็จะทำอะไรมีสติขึ้น อันนั้นเอาอานาปานสติมาช่วย แล้วอยู่ไม่มีอะไรทำก็อานาปานสติสบายบอกว่าชาวพุทธนี่แค่อยู่กับตัวเองแค่มีลมหายใจก็มีความสุขได้แล้ว มีชีวิตที่ดี
☆ เอาละก็เป็นอันว่าผสานกันหมดละนะ มีฉันทะ มีปราโมทย์ มีอานาปานสติ ก็มีรมณีย์ สภาพรมณีย์นี้ ก็มีรมณีย์แล้ว ทีนี้ก็ต่อไปอะไรต่อไปก็นี่แหละจะมาถึงสังคมแล้ว แต่ละคนมันได้อย่างนี้ก่อน ก่อนจะไปเป็นสังคมแต่ละคนมันต้องดีใช่ไหม เป็นสังคมดีแต่ละคนต้องดี
อ่านทั้งหมดได้ที่ ===>
https://main.bia.or.th/BlogDetail/news/311
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2023, 05:15:21 am โดย ยาใจ »

เข้าสู่ระบบ