« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2023, 04:43:35 am »
✿ พุทธภาวะ คือภาวะจิตที่ รู้ ตื่น เบิกบาน
กำหนดสิ่งใดก็ตาม ต้องตั้งตัวรู้ไว้แล้วไม่ให้อ่อนลง
หลวงพ่อชาท่านสอนว่าในการเจริญอานาปานสติ
มี ๓ อย่างที่จะต้องปรากฎพร้อมกัน
หนึ่ง คือลม สอง คือสติ สาม คือจิต
ในที่นี้จิตหมายถึงความรู้ตัว
หรือจะเรียกว่าสัมปชัญญะก็ได้ คือรู้ตัว
สติคือไม่ลืม ไม่ลืมลม มีลมแล้วก็ไม่ลืมลม
ต้องมีการรู้ตัว ระลึกลมได้ไม่ลืม
แต่ขาดความรู้ตัว มันจะกลายเป็นการตกภวังค์ได้
ฉะนั้นต้องทำนุบำรุงพุทธภาวะ
บริกรรมพุทโธอยู่บ่อย ๆด้วยความตั้งใจ
รู้ ตื่น เบิกบาน อยู่ในปัจจุบัน
✿ พระพุทธเจ้าเป็นผู้ตื่นอยู่เสมอ
เราตื่นอยู่ในปัจจุบันก็มีส่วนแห่งพุทธภาวะ
✿ คำว่า พุทธะ ไม่ใช่ภาษาบาลีอย่างเดียว
แต่ปรากฎอยู่ในภาษารัสเชีย เหมือนกัน
โดยหมายถึงนาฬิกาปลุก ปลุกเหมือนกัน
แต่ของเราไม่มีนาฬิกาปลุก มีสติปลุก
มีความตั้งใจเป็นการปลุกจิตให้ตื่น
ระหว่างการทำสมาธิ เราควรสังเกตตัวเอง
ว่าเราตื่นไหมการกำหนดคมชัดไหม
พอดี ไม่ตึงไม่หย่อนไหม
✿ ต้องมีการคอยติดตามการทำงานของเรา
เรายังอยู่กับลมไหม หรือว่าเราลืมลมเสียแล้ว
ถ้าลืมเรียกว่าสติขาด ไม่เป็นไร ไม่ต้องน้อยใจ
ไม่ต้องท้อใจ แต่รีบตั้งต้นใหม่
ถึงจิตใจยังอยู่กับลม ก็ยังประมาทไม่ได้
เพราะถ้าไม่ตื่น ไม่รู้ตัว อย่างแจ่มแจ้ง
เริ่มจะเคลิบเคลิ้มแล้ว ต้องระวัง
เดี๋ยวจะเป็น สมาธิหัวตอ
✿ การฝึกจิตสนุกดีอย่างนี้
มีอะไรท้าทายตลอดเวลา
✿ ผู้อยู่ในปัจจุบันเป็น
ย่อมประจักษ์เลยว่ามันสุขเยือกเย็นจริง ๆ
การกล่าวว่า ความสุขไม่ได้อยู่ที่อื่นไกล
ความสุขอยู่ที่นี่เดี๋ยวนี้
ความสุขที่แท้เกิดเองในจิตใจที่บริสุทธิ์
ไม่ได้อยู่ที่การเสพวัตถุ
คนเข้าวัดก็ คุ้นหู พอสมควร
แต่ต้อง คุ้นใจ จึงจะซื้ง
✿ ความสุขไม่ได้อยู่ในสิ่งที่สัมผัส
หากอยู่ที่ตัวผู้สัมผัส
✿ ถ้าเราสามารถให้ลูกหลานเราเห็นความจริงนี้ได้
จะเป็นบุญอย่างยิ่ง เพราะการพ้นความหลงใหลในวัตถุ
และภัยอันตรายที่ตามมาทั้งแก่ตัวเองและสังคม
จะเกิดได้ก็ด้วยการศึกษาเรื่องธรรมชาติของความสุข
การทำสมาธิภาวนาที่ได้ผลต้องใช้เวลา
ฉะนั้นต้องติดตามผลงาน จึงจะรักษากำลังใจไว้ได้
…
“หลับตาทำไม”
พระธรรมพัชรญาณมุนี วิ.
(พระอาจารย์ชยสาโร)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 21, 2025, 05:55:49 am โดย ยาใจ »

เข้าสู่ระบบ