ผู้เขียน หัวข้อ: ✿ สิ่งที่หาได้ยากในโลก - พระราชภาวนาวชิรญาณ วิ.(เขมรังสี ภิกขุ)  (อ่าน 2971 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


  ท่านสุเมธดาบส
ได้เห็นพุทธลีลาของพระพุทธเจ้าแล้ว
เกิดความชื่นชมเลื่อมใสยิ่งนัก
เมื่อพระองค์ทรงเสด็จมาถึง
และได้ทอดพระเนตรเห็นสุเมธดาบส
นอนราบอยู่เช่นนั้น


พระพุทธเจ้าทีปังกรทรงทราบถึง
ความปรารถนาของสุเมธดาบส
จึงได้ตรัสพยากรณ์แก่พระสงฆ์สาวก
ของพระองค์ว่า "ภิกษุทั้งหลาย
พวกเธอจงดูดาบสผู้มีตบะรุ่งเรืองนี้


ในกัปอันหาประมาณมิได้ระหว่างภัทรกัป
(กัปที่มีพระพุทธเจ้า พระองค์)


ดาบสผู้นี้จะสำเร็จสมความปรารถนา
ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้านามว่า "โคคม"
ดาบสผู้นี้จะกำเนิดเป็นโอรสของกษัตริย์
พระบิดานามว่า พระเจ้าสุทโธทนะ
พระมารดานามว่า พระนางสิริมหามายา
แล้วจะสละราชสมบัติออกบวช
ได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ
ใต้ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ (ต้นอัสสัตถะ)


จะมีอัครสาวกเบื้องขวาและซ้าย
ชื่อว่าพระสารีบุตร และ พระโมคคัลลานะ
มี พระอานนท์ เป็นพุทธอุปัฏฐาก
มี พระเขมาเถรี และ พระอุบลวรรณาเถรี
เป็นอัครสาวิกา


จิตตคฤหบดี และ หัตถกะอาฬวกะ
จักเป็นอัครอุบาสก
นางอุตตรา และ นางขุชชุตตรา
จักเป็นอัครอุบาสิกา"



“มหากรุณาจิตของโพธิสัตว์”
สิ่งที่หาได้ยากในโลก

พระครูเกษมธรรมทัต
(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)




✿ ✿ ✿ ✿-----------------------------------------✿ ✿ ✿ ✿
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook Kanlayanatam
https://web.facebook.com/profile.php?id=100064859643754
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2024, 09:53:39 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


เมื่อสุเมธดาบสได้ยินเช่นนั้น
ก็มีความปลื้มปีติใจที่ความปรารถนา
ของตนเองจะสำเร็จผลในอนาคต
จากนั้นสุเมธดาบสได้นำดอกไม้ กำ
พร้อมของหอมน้อมบูชา
แด่พระทีปังกรโดยกระทำประทักษิณ


ในเวลาต่อมาสุเมธดาบส
ได้ใคร่ครวญถึงการสร้างบารมี
ของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์
ที่ต้องทรงบำเพ็ญ คือ "ทศบารมี"
หรือบารมี ๑๐ ประการ


ซึ่งบารมีข้อที่ ๑ ก็คือ ทานบารมี

ท่านสุเมธดาบสได้ใคร่ครวญกับตนเองว่า
ท่านจะต้องทรงบำเพ็ญทานบารมี
ดั่งการคว่ำหม้อน้ำ คือท่านจะให้ได้หมด
ทุกสิ่งทุกอย่าง แบบไม่ให้มีสิ่งใดหลงเหลือ
อยู่แก่คนทุกชนชั้น ดุจดังหม้อน้ำที่มีปากคว่ำลง


นี่คือลักษณะของพระโพธิสัตว์


“มหากรุณาจิตของโพธิสัตว์”
สิ่งที่หาได้ยากในโลก
พระครูเกษมธรรมทัต
(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2024, 09:54:25 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


สุเมธดาบสได้พิจารณาต่อไปถึงบารมีข้อที่ ๒
คือ ศีลบารมี ท่านอุปมาศีลดั่งจามรี
จามรีเป็นสัตว์ที่รักขนหางของมันมาก
มันยอมที่จะตายได้
แต่จะไม่ยอมให้ขนของมันหลุด
ท่านได้ปรารภขึ้นกับตนเองว่า
เราจะรักษาศีลของตน
ดุจดั่งจามรีที่รักษาขนหางของมัน
ซึ่งก็คือ "จตุปาริสุทธิศีล" มี ประการ ดังนี้

  ๑. ปาฏิโมกขสังวรศีล คือ
การสำรวมในศีล ศีลของพระมี ๒๒๗ ข้อ
ศีลของเณรมี ๑๐ ข้อ
ศีลของอุบาสกอุบาสิกามี ข้อ
ศีลสำหรับฆราวาสมี ข้อ

๒. อินทรียสังวรศีล คือ การสำรวมอินทรีย์
คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ให้บาปเกิดขึ้น

  ๓. อาชีวปาริสุทธิศีล คือ
การเลี้ยงชีพโดยชอบธรรม
มีการแสวงหาปัจจัย คือ
อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค
ให้ได้มาด้วยความบริสุทธิ์

  ๔. ปัจจยสันนิสิตศีล คือ
การพิจารณาปัจจัย ๔ ก่อนบริโภค


“มหากรุณาจิตของโพธิสัตว์”
สิ่งที่หาได้ยากในโลก
พระครูเกษมธรรมทัต
(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2024, 09:55:20 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


  บารมีข้อที่ ๓ ที่ต้องบำเพ็ญต่อไป
คือ เนกขัมมบารมี การออกจากกาม
การออกจากการครองเรือน
ท่านสุเมธดาบสได้อุปมาบารมีข้อนี้
เหมือนดั่งคนที่อยู่ในเรือนจำ
ย่อมจะได้รับทุกข์ทรมาน
ไม่มีความยินดีในเรือนจำนั้นเลย
มีแต่จะหาช่องทางให้หลุดพ้นไป

ข้อนี้ฉันใด เราจะบำเพ็ญบารมี
โดยเห็นภพทั้งหลายดุจดังเรือนจำ
จงมุ่งหน้าที่จะแสวงหาการออกจากภพ

เราเปรียบดังนักโทษในเรือนจำ
ที่ต้องพยายามหาทางออกจากคุก
การจะบำเพ็ญเนกขัมมบารมี
จะต้องเห็นโทษเห็นภัยของการอยู่ในภพ
อยู่ในการครองเรือน ซึ่งมักต้องเสียใจ
กับความผิดหวังหรือความพลัดพราก
ยิ่งเรามีอุปาทานกับสิ่งใด
เราก็ต้องทุกข์กับสิ่งนั้นมาก

มีลูกก็ทุกข์เพราะลูก
มีสามี/ภรรยาก็ทุกข์เพราะสามี/ภรรยา
มีบ้านมีทรัพย์สมบัติก็ทุกข์เพราะบ้าน
เพราะทรัพย์สมบัติ

  หากบุคคลไม่ปรารถนาที่จะทุกข์
ก็จงออกจากกาม ออกจากการครองเรือน


“มหากรุณาจิตของโพธิสัตว์”
สิ่งที่หาได้ยากในโลก
พระครูเกษมธรรมทัต
(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2024, 09:56:03 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


  จากนั้นสุเมธดาบสได้พิจารณา
ถึงบารมีข้อที่ ๔ คือ ปัญญาบารมี
ท่านได้อุปมาดั่งพระภิกษุที่เข้าไปบิณฑบาต
มาเพื่อยังอัตภาพจากเคหะบ้านเรือนต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นตระกูลสูงหรือต่ำก็ตาม
เราจงแสวงหาความรู้กับบุคคลผู้มีปัญญา
โดยไม่เลือกตลอดกาลทั้งปวง
คือพยายามแสวงหาบัณฑิต
แล้วสอบถามข้อธรรมจากบัณฑิต
เรียนรู้กับผู้มีความรู้ทุกเมื่อตลอดกาล
เมื่อทำได้ดังนี้จะเป็นผู้ที่มีปัญญาบารมี
เต็มเปี่ยมสามารถสำเร็จพระโพธิญาณได้


“มหากรุณาจิตของโพธิสัตว์”
สิ่งที่หาได้ยากในโลก
พระครูเกษมธรรมทัต
(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2024, 09:56:46 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



บารมีข้อที่ ๕ คือ วิริยบารมี
ความเพียรนี้ท่านอุปมาดั่งราชสีห์
ที่มีความเพียรไม่ย่อหย่อนในอิริยาบถ
ทั้งการยืน เดิน นั่ง นอน
ราชสีห์จะประคองใจรักษาท่าทางอยู่เสมอ
นอนท่าใด ตื่นมาก็จะอยู่ในท่านั้น
พระองค์ปรารภจะตั้งความเพียรไว้ให้มั่นคง
ในภพทั้งปวง ดุจดั่งราชสีห์ที่มีความเพียร
จักบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณได้


"วิริเยนะ ทุกขะมัจเจติ
คนจะล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร"



“มหากรุณาจิตของโพธิสัตว์”
สิ่งที่หาได้ยากในโลก
พระครูเกษมธรรมทัต
(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2024, 09:57:28 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



อีกประการก็พิจารณาธรรมในธรรม
ธรรมอันใดเกิดขึ้นก็รู้เป็นกุศล อกุศล
เป็นอพยากตธรรม ต้องกำหนดรู้หมด
จนกระทั่งเห็นสภาพธรรมไม่เที่ยง
เห็นสภาพธรรมเป็นทุกข์
ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้
เห็นสภาพธรรมเป็นอนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้
เหล่านี้เรียกว่า "ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน"
การเจริญสติปัฏฐาน เช่นนี้
เป็นอาหารของโพชฌงค์
และทรงตรัสต่อไปว่า "สติปัฏฐานทั้ง
เราก็กล่าวว่ามีอาหาร มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
อะไรคืออาหารของสติปัฏฐานทั้ง
ควรตอบว่า   สุจริต "
สุจริต คือ
กายสุจริต วาจาสุจริต มโนสุจริต
นี่คือ "ศีล" ศีลนี่สำคัญมากเลยนะ
การเจริญสติปัฏฐานที่ไม่ได้ผลนั้น
เป็นเพราะขาดศีลที่สมบูรณ์
นักปฏิบัติจึงต้องรักษาศีลให้สมบูรณ์
กายสุจริต (๓) ได้แก่
ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม
วจีสุจริต (๔) ได้แก่ ไม่พูดโกหก
ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ
มโนสุจริต (๓) ได้แก่
ไม่เพ่งเล็งอยากได้ของผู้อื่น
ไม่มีจิตคิดร้าย
ไม่เห็นผิดจากทำนองคลองธรรม
คือมีความเห็นถูก

เช่น บุญมีจริง บาปมีจริง
ชาตินี้มี ชาติหน้ามี เป็นต้น

“ธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ”
สิ่งที่หาได้ยากในโลก
พระราชภาวนาวชิรญาณ 
(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 11, 2025, 07:17:44 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



  พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงต่อไปว่า
"โพชฌงค์ ๗ เราก็กล่าวว่ามีอาหาร
มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
อะไรเป็นอาหารของโพชฌงค์
ควรตอบว่า สติปัฏฐาน "

สติปัฏฐาน คือ
การมีสติระลึกรู้อยู่ในฐานทั้ง
ได้แก่ กาย เวทนา จิต และธรรม
เป็นการตามดูรู้เท่าทันกายในกาย
เวทนาในเวทนา จิตในจิต
และธรรมในธรรม อยู่เนืองๆ
ด้วยความเพียร ด้วยสติ ด้วยสัมปชัญญะ
ละอภิชฌา (ความยินดี พอใจ) และโทมนัส
(ความยินร้าย ไม่พอใจ) ในโลกออกเสียได้


  คือจะต้องมีสติ มีสัมปชัญญะ
มีความเพียรประกอบอยู่
เพื่อที่จะไม่ยินดียินร้าย
ในขณะระลึกรู้สภาวธรรมที่กายที่ใจ

อย่างปกติ เป็นกลาง คือสักแต่ว่า ไม่ว่าอะไร
เมื่อเห็นก็สักแต่ว่าเห็น ได้ยินก็สักแต่ว่าได้ยิน
ทราบก็สักแต่ว่าทราบ รู้ก็สักแต่ว่ารู้

ผู้ปฏิบัติจะต้องกำหนดสติ
อยู่ในทุกอิริยาบถของกายที่กำลังยืน
กายที่กำลังเดิน กายที่กำลังนั่ง
กายที่กำลังนอน กายคู้เหยียดเคลื่อนไหว
ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก

ลมหายใจนี่ก็จัดอยู่ในหมวดของกาย
เหล่านี้เรียกว่า "กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน"


“ธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ”
สิ่งที่หาได้ยากในโลก
พระราชภาวนาวชิรญาณ
(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 17, 2023, 09:22:14 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



จะต้องมีสติกำหนดรู้
อยู่ในความสบาย (สุขเวทนา)
ความไม่สบาย (ทุกขเวทนา)
ความไม่สุขไม่ทุกข์ หรือเฉยๆ (อุเบกขาเวทนา)
เหล่านี้เรียกว่า "เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน"
อีกประการก็จะต้องรู้ถึงจิต
จิตมีราคะหรือไม่มีราคะ ก็รู้
จิตมีโทสะหรือไม่มีโทสะ ก็รู้
จิตมีโมหะหรือไม่มีโมหะ ก็รู้
จิตหดหู่จิตฟุ้งซ่าน
จิตมีสมาธหรือจิตไม่มีสมาธิ ก็รู้
จิตหลุดพ้นหรือจิตไม่หลุดพ้น ก็รู้
เหล่านี้เรียกว่า "จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน"
บางทีกำหนดไปรู้ถึงจิตมีโทสะ
พอกำหนดไปๆ หายโกรธก็รู้
แต่บางคนกำหนดไปก็ยังโกรธอยู่อย่างนั้น
หรือบางทีฟุ้ง ก็ฟุ้งอยู่อย่างนั้น
เป็นเพราะเราชอบที่จะไปบังคับ
ให้มันหายฟุ้งหายโกรธใช่ไหม
เหมือนคนจะดับไฟ
แต่เอาเชื้อเพลิงเข้าไปใส่ มันก็เลยไม่ดับ


การกำหนดรู้ด้วยการบังคับ
จะเอาให้ได้ดังใจ มันเป็นตัวตัณหา
ที่เปรียบเหมือนเชื้อเพลิง
พอไม่ได้ดั่งใจก็ยิ่งโกรธ ยิ่งโมโหโทโส
เพราะมีความทะยานอยาก (ตัณหา)
ฉะนั้นผู้ปฏิบัติต้องกำหนดรู้อย่างปล่อยวาง
ต้องสอนใจตนเองอยู่เสมอว่า
การระลึกรู้ต้องปล่อยวางนะ
การปฏิบัติไม่ได้ปฏิบัติ
เพื่อที่จะเอาให้ได้ดั่งใจ
แต่ฝึกเพื่อที่จะเรียนรู้ เพื่อที่จะสละละวาง
ปล่อยวางด้วยการรู้เท่าทันต่อกิเลสตัณหาในใจต่างหาก
หมั่นคอยดูใจตัวเอง
ไม่ให้มันแล่นไปด้วยความทะยานอยาก
 ถ้าวางใจได้ ดูเขาไปอย่างเป็นปกติ
 ไม่ว่าอะไรจะเกิดก็เกิด
เราก็จะเห็นว่า สิ่งเหล่านี้จะค่อยๆ
จางคลายไปเองและดับไปในที่สุด
ที่เรามาปฏิบัตินี่
ก็เพื่อมาเรียนรู้กายใจของตนเอง
ว่ามันบังคับไม่ได้ มันไม่ใช่ตัวตน
ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา
แล้วยังจะไปบังคับมันทำไม


“ธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ”
สิ่งที่หาได้ยากในโลก
พระราชภาวนาวชิรญาณ
(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 17, 2023, 09:24:30 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



  ความเป็นผู้มีความสุจริตกาย วาจา ใจ
จึงเป็นอาหารของสติปัฏฐาน ๔

ทรงตรัสว่า "แม้สุจริต
เราก็กล่าวว่ามีอาหาร
มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
อะไรเป็นอาหารของสุจริต ๓
ควรตอบว่า การสำรวมอินทรีย์"

การสำรวมอินทรีย์ คือ
การหมั่นคอยระมัดระวังในการดู
การฟัง การดม การลิ้มรส การสัมผัส
การนึกคิดต่างๆ ให้ดี อย่าให้บาปเกิดขึ้น


"แม้การสำรวมอินทรีย์เราก็กล่าวว่า
มีอาหาร มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร


อะไรเป็นอาหารของการสำรวมอินทรีย์
ควรตอบว่า การมีสติสัมปชัญญะ"

เมื่อใดที่เราไม่มีสติสัมปชัญญะ
เราก็จะดูในสิ่งที่ไม่ควรดู ฟังในสิ่งที่ไม่ควรฟัง
กระทำในสิ่งที่ไม่ควรกระทำ

ครั้นเรามีสติสัมปชัญญะ
เราก็จะมีการสำรวมกาย สำรวมใจ
ในการเจริญสตินี่ ไม่ได้มีแต่สติเท่านั้น
ต้องมีสัมปชัญญะด้วย



“ธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ”
สิ่งที่หาได้ยากในโลก
พระราชภาวนาวชิรญาณ
(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 17, 2023, 09:25:59 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



"แม้การมีสติสัมปชัญญะ
เราก็กล่าวว่ามีอาหาร
มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
อะไรเป็นอาหารของการมีสติสัมปชัญญะ
ควรตอบว่า มนสิการโดยแยบคาย"

มนสิการโดยแยบคาย คือ
การทำในใจไว้โดยแยบคาย
ได้แก่ การพิจารณาเป็น
พิจารณาถูก เข้าใจคิด คิดถูก คิดเป็น



“ธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ”
สิ่งที่หาได้ยากในโลก
พระราชภาวนาวชิรญาณ
(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 17, 2023, 09:26:28 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



  "แม้มนสิการโดยแยบคาย
เราก็กล่าวว่ามีอาหาร
มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
อะไรเป็นอาหารของมนสิการโดยแยบคาย
 ควรตอบว่า ศรัทธา"
ศรัทธา คือ ความเชื่อ ความเสื่อมใส
เช่น เชื่อในกรรม เชื่อในผลของกรรม
เชื่อว่าสัตว์มีกรรมเป็นของของตน
เชื่อในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
เชื่อในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
จะทำให้เราเป็นผู้มีปัญญา
ทำให้คิดเป็น เข้าใจคิด คิดไปในทางที่ถูก
ศรัทธานี่จึงสำคัญมาก


“ธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ”
สิ่งที่หาได้ยากในโลก
พระราชภาวนาวชิรญาณ
(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 17, 2023, 09:27:20 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



  "แม้ศรัทธาเราก็กล่าวว่ามีอาหาร
มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
อะไรเป็นอาหารของศรัทธา
ควรตอบว่า การได้ฟังพระสัทธรรม"
พระสัทธรรม คือ คำสั่งสอนที่พระพุทธเจ้า
ทรงแสดงไว้ ดังที่เรากำลังฟังอยู่นี่
"แม้การได้ฟังพระสัทธรรม
เราก็กล่าวว่ามีอาหาร
 มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
อะไรเป็นอาหาร
ของการได้ฟังพระสัทธรรม
ควรตอบว่าการคบสัตบุรุษ"
สัตบุรุษ คือ คนดี คนมีศีลมีธรรม
 การได้คบสัตบุรุษ
คือการได้กัลยาณมิตรที่ดี
คอยชักจูงเราไปในทางที่ดี
อย่างวันนี้ที่ท่านได้มาฟังธรรมกัน
 ก็เพราะอาศัยมีกัลยาณมิตรชักจูง
แนะนำให้มาวัด
ได้มารู้จักวัดนี้ก็เลยได้มาวัด
มาฟังธรรม มาถือศีลกัน
 นี่ก็เพราะว่าเราคบคนดี
 คนมีศีลมีธรรม ถ้าเราไปคบคนพาล
ก็พาไปในทางเสื่อมเสีย เล่นการพนัน
ตั้งวงเหล้า เที่ยวกลางคืน ฯลฯ
นี่ก็เพราะคบคนชั่วเป็นมิตร
ก็คงไม่ได้มาวัดใช่ไหม
การมีมิตรที่ดีจึงสำคัญอย่างมาก
ชีวิตเราจะเจริญ
หรือจะเสื่อมก็อยู่ที่การเลือกคบคน


“ธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ”
สิ่งที่หาได้ยากในโลก
พระราชภาวนาวชิรญาณ
(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 17, 2023, 09:28:48 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


พระพุทธองค์จึงตรัสว่า
การคบสัตบุรุษ ที่บริบูรณ์
 ย่อมทำให้ การได้ฟังพระสัทธรรมบริบูรณ์
การได้ฟังพระสัทธรรมที่บริบูรณ์
ย่อมทำให้ ความมีศรัทธาบริบูรณ์
ความมีศรัทธาที่บริบูรณ์
ย่อมทำให้ การมนสิการโดยแยบคายบริบูรณ์
การมนสิการโดยแยบคายที่บริบูรณ์
ย่อมทำให้ การมีสติสัมปชัญญะ บริบูรณ์
การมีสติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์
ย่อมทำให้ ความสำรวมอินทรีย์บริบูรณ์
ความสำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์
ย่อมทำให้ สุจริต ๓ บริบูรณ์
สุจริต ๓ ที่บริบูรณ์
ย่อมทำให้ สติปัฏฐาน ๔ บริบูรณ์
สติปัฏฐาน ๔ ที่บริบูรณ์
ย่อมทำให้ โพชฌงค์ ๗ บริบูรณ์
โพชฌงค์ ๗ ที่บริบูรณ์
ย่อมทำให้ วิชชาและวิมุตติ บริบูรณ์"

“ธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ”
สิ่งที่หาได้ยากในโลก
พระราชภาวนาวชิรญาณ
(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 17, 2023, 09:30:32 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
วิชชาและวิมุตติมีอาหารอย่างนี้
บริบูรณ์อย่างนี้ ภิกษุทั้งหลาย
การคบสัตบุรุษที่บริบูรณ์
 ย่อมทำให้การฟังพระสัทธรรมบริบูรณ์ ฯลฯ
โพชฌงค์ ๗ ที่บริบูรณ์
ย่อมทำให้วิชชาและวิมุตติบริบูรณ์
วิชชาและวิมุตติมีอาหารอย่างนี้
และบริบูรณ์อย่างนี้
เปรียบเหมือนฝนเม็ดใหญ่ที่ตกลงบนยอดเขา
เมื่อตกหนักเข้าๆ น้ำย่อมไหลลงสู่ที่ลุ่ม
ทำให้ซอกเขา ลำธาร ห้วยเต็ม
เมื่อซอกเขาลำธาร ห้วยเต็มเปี่ยมแล้ว
ย่อมทำให้หนองเต็ม เมื่อหนองเต็ม บึงก็เต็ม
เมื่อบึงเต็มแล้วย่อมทำให้แม่น้ำน้อยเต็ม
 แม่น้ำน้อยเต็มแล้วย่อมทำให้แม่น้ำใหญ่เต็ม
เมื่อแม่น้ำใหญ่เต็มแล้ว
ย่อมทำให้มหาสมุทรสาครเต็ม
มหาสมุทรสาครจึงมีอาการอย่างนี้
เต็มเปี่ยมอย่างนี้"


นี่คือ พระพุทธองค์ทรงแสดง
ในเรื่อง "ธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ"
วิชชาและวิมุตติอาศัยเหตุปัจจัยต่างๆ ดังนี้
ฉะนั้นการที่พวกเรามาเข้าวัดปฏิบัติธรรม
มาฟังธรรมกันในวันนี้
เป็นการสร้างเหตุปัจจัย
ของการเป็นผู้ที่ได้สดับฟังพระสัทธรรม
เพื่อที่จะได้เป็นผู้มีศรัทธา
เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์ขึ้น
ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ๔
แล้วเราก็จะได้เจริญก้าวหน้าในธรรมปฏิบัติ
เป็นผู้มีความรู้แจ้งสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง
ละอวิชชาเสียได้ ได้เข้าถึงวิมุตติความหลุดพ้นได้
ในที่สุดวันนี้ก็พอสมควรแก่เวลา
ขอความผาสุกความเจริญ
ในธรรมจงมีแก่ทุกท่าน เทอญ.


“ธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ”
สิ่งที่หาได้ยากในโลก
พระราชภาวนาวชิรญาณ 
(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 17, 2023, 09:32:56 am โดย ยาใจ »