ผู้เขียน หัวข้อ: * รวมคติธรรม - คำกลอน * - พระเมธีวชิโรคม ( ว.วชิรเมธี )  (อ่าน 93769 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12114
    • ดูรายละเอียด
“อวตาร” - พระเมธีวชิโรคม ( ว.วชิรเมธี )
« ตอบ #165 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 06:30:51 am »



  อวตาร

เมฆเหิน น้ำไหล ไหวนิ่ง
สรรพสิ่งคลี่คลายย้ายฐาน
ซ่อนรูปพรางกายพรายพราน
อวตารเปลี่ยนรูปวูบวน

ระเหยแห่งน้ำค้างพร่างพราว
คืนหาวแห่งห้วงเวหน
ฝนหยาดหมาดฟ้ามาวน
เป็นชลสินธุ์ฉ่ำเย็น

ไม้ล้มถมทับธรณี
พันปีเป็นหินให้เห็น
ซากพืชซากสัตว์อุบัติเป็น
น้ำมันผ่องเพ็ญพลังงาน

โคลนตมต่ำใต้บาดาล
ผลิบานบัวดอกฉอกฉาน
อรหันต์ผ่องผุดพิมุติมาน
ตระการจากร่างโลกีย์

(กวีนิพนธ์ : ว.วชิรเมธี)
(ภาพประกอบ : Marco Grassi)







ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook พระเมธีวชิโรดม - ว.วชิรเมธี
https://www.facebook.com/v.vajiramedhi/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 25, 2021, 01:41:22 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12114
    • ดูรายละเอียด
“อยู่กันฉันมิตร” - พระเมธีวชิโรคม ( ว.วชิรเมธี )
« ตอบ #166 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 06:33:05 am »



  อยู่กันฉันมิตร 

หายใจเข้า หายใจออก บอกต้นไม้
ฉันขอบใจที่กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูฉัน
อวยอากาศบริสุทธิ์จุดชีวัน
คอยแบ่งปันทิพยาหารสำราญใจ

หายใจเข้า หายใจออก บอกตัวเอง
อย่าอวดเก่งกลั่นกล้าฆ่าไม้ใหญ่
มนุษย์เพียงผงคลีธุลีไร
เพียงหนึ่งใยสัมพันธ์อนันตา

โลกไม่มีเราเขาอยู่ได้ไม่ไพนาศ
แต่เราขาดโลกเมื่อไหร่ภัยหนักหนา
โลกขาดคนยิ่งสมบูรณ์พูนชีวา
คนขาดป่าขาดโลกวิโยคเยือน

หายใจเข้า หายใจออก บอกชาวโลก
อย่าโย้โยกแย่งยื้อหรือเชือดเฉือน
เคารพดินน้ำฟ้าดาราเดือน
อยู่กันเหมือนมิ่งมิตรนิจนิรันดร์

(กวีนิพนธ์ : ว.วชิรเมธี)
(ภาพประกอบ : Thai Plum Village)








ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook พระเมธีวชิโรดม - ว.วชิรเมธี
https://www.facebook.com/v.vajiramedhi/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 25, 2021, 01:41:08 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12114
    • ดูรายละเอียด
“ปีนเขาใน” - พระเมธีวชิโรคม ( ว.วชิรเมธี )
« ตอบ #167 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 06:34:03 am »



ปีนเขาใน

ปีนขุนเขาภายนอกสุดยอกย้อน
หมื่นสิงขรไม่สิ้นให้ปีนป่าย
ปีนลูกหนึ่งมีลูกหนึ่งตะลึงลาย
ปีนจนตายยังไม่หมดกำหนดการ

ไหนจะเขา “หิมาลัย” ไกลลิบโลก
“ฟูจิ” โจกกลางนภาฟ้าสถาน
ขุนคีรีปลายเมฆาผา “ไท่ซาน”
“ฟานสิปัง” อลังการตระหง่านภู

กี่ขุนเขาที่เหยียบย่างระหว่างก้าว
ยังเหยียดยาวทายท้าผู้กล้าอยู่
พิชิตเขาเสียดฟ้าหมื่นผาภู
ยังไม่สร่างซึ่งตัวกูกัดกินใจ

วางขุนเขาเสียดสวรรค์ตั้งพันทิ้ง
ปีนภูเขาจิตจริงอันยิ่งใหญ่
ชนะตัวอัตตามารยาภัย
ปราศจากใครปราศจากเขาให้เราปีน

(กวีนิพนธ์ : ว.วชิรเมธี)
(ภาพประกอบ : Travel with Me)








ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook พระเมธีวชิโรดม - ว.วชิรเมธี
https://www.facebook.com/v.vajiramedhi/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 25, 2021, 01:39:19 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12114
    • ดูรายละเอียด
“อยู่ตรงนั้นเสมอ” - พระเมธีวชิโรคม ( ว.วชิรเมธี )
« ตอบ #168 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 06:36:26 am »




อยู่ตรงนั้นเสมอ 

วันฟ้ามืดใช่มืดมิดสนิทหมด
เมฆบังบดแค่บางจุดสุดวิสัย
ฟ้าอาจหม่นอาจหมองเหมือนต้องภัย
แต่ฟากฟ้าหัวใจยังเรืองรอง

บางเวลาพายุคลั่งประดังฟ้า
เมฆกลั่นกล้ามืดดำกระหน่ำสนอง
อสุนีบาตฟาดใส่เป็นไฟฟอง
น้ำตานองเป็นฝนหลั่งถะถั่งดิน

แต่ฝนซาฟ้าหมาดสะอาดแล้ว
เมฆใหม่แพรวพราวพรายระบายสินธุ์
ลมรำเพยระเหยหายพระพายพิน
ฟ้าสีฟ้าอ่าอินทร์อวดองค์อร

วันที่เมฆหมองหม่นเต็มบนฟ้า
สุริยายังหยัดอยู่คู่สิงขร
แค่เมฆบังชั่วคราวราวละคร
ไม่เคยจรจากไปที่ไหนเลย

(กวีนิพนธ์ : ว.วชิรเมธี)
(ภาพประกอบ : Earth.Awesome)







ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook พระเมธีวชิโรดม - ว.วชิรเมธี
https://www.facebook.com/v.vajiramedhi/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 25, 2021, 01:39:52 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12114
    • ดูรายละเอียด
“โลภาภิวัตน์” - พระเมธีวชิโรคม ( ว.วชิรเมธี )
« ตอบ #169 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 06:38:14 am »



  โลภาภิวัตน์

มีชีวิตเพียงชั่วคราวไม่ยาวนัก
ไม่รู้จักความจริงอิงแก่นสาร
มีหนึ่งปากหนึ่งหัวใจใยจึงพาล
กินสะท้านจนถึงเงาน่าเศร้าจัง

อยู่กับโลกทำลายโลกจนโชกเลือด
เที่ยวเฉือนเชือดดินน้ำฟ้าเป็นบ้าหลัง
สูบนำ้มันเผาฟอสซิลปลิวประดัง
ทำลายคลังสมบัติวิบัติไป

ไม่รู้อิ่มไม่รู้พอต่อความอยาก
ตัณหามากเกินโลกาที่อาศัย
กินสิ่งสรรพอัประมาณบานตะไท
โลกร้อยใบยังไม่พอต่อต้องการ

หากยังหิวไม่เลิกยังเบิกบุก
ไฟตัณหายังลามลุกทุกสถาน
แม้นยึดครองโลกใหม่ในอังคาร
คงไม่นานดาวจะสิ้นกินกันเอง !

(กวีนิพนธ์ : ว.วชิรเมธี)
(ภาพประกอบ : Environman)







ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook พระเมธีวชิโรดม - ว.วชิรเมธี
https://www.facebook.com/v.vajiramedhi/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 25, 2021, 01:46:17 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12114
    • ดูรายละเอียด
“ปากตะปู” - พระเมธีวชิโรคม ( ว.วชิรเมธี )
« ตอบ #170 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 01:45:37 pm »




    ปากตะปู   

ปากบางคนเป็นดอกไม้ให้ความสุข
บางคนปลุกคนตื่นนับหมื่นแสน
บางคนฆ่าคนอื่นดาดดื่นแดน
บางคนแตนต่อต่อยพลอยเจ็บคัน

ปากบางคนดั่งสายลมพรมพรูพริ้ว
บางคนกริ้วเกลียดโกรธนำ้กรดกลั่น
บางคนปากตะไกรฉะรายวัน
บางคนบั่นกำลังใจให้อ่อนแรง

ปากบางคนชุบชูให้อยู่รอด
บางคนพลอดคำหวานบันดาลแกร่ง
บางคนยุให้รำทำต้มแกง
บางคนแกล้งให้เกลียดกันสนั่นเมือง

ปากบางคนแหลมคมกว่าคมหอก
บางคนตอกตะปูใจให้ขมเขื่อง
บางคนเผยสัจธรรมประคำเรือง
บางคนเปลืองเวลาเพราะคารม

ปากบางคนเอมโอชโสตถิสุข
บางคนซุกยาพิษมีฤทธิ์บ่ม
บางคนปากโพธิสัตว์ดุจพัดลม
เปิดปากพรมพุทธพรอาทรธรรม

(กวีนิพนธ์ : ว.วชิรเมธี)
(ภาพประกอบ : We Love Woodwoorking)







ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook พระเมธีวชิโรดม - ว.วชิรเมธี
https://www.facebook.com/v.vajiramedhi/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 25, 2021, 01:59:20 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12114
    • ดูรายละเอียด
“เราคือธรรมชาติ” - พระเมธีวชิโรคม ( ว.วชิรเมธี )
« ตอบ #171 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 01:51:50 pm »




  เราคือธรรมชาติ 

เราทุกคนคือธรรมชาติ...
ที่ไม่อาจแบ่งแยกแตกเป็นสอง
ธรรมชาติคือคน คนคือธรรมชาติเป็นญาติดอง
ต่างคือท่วงทำนองเพลงเดียวกัน

เราทุกคนคือสีแสงแห่งสายรุ้ง
เราคือทุ่งข้าวหอมพร้อมสีสัน
เราคือหยาดน้ำฝนที่หล่นปัน
เราคือน้ำตกอันฟุ้งเป็นฟอง

เราหยั่งโยงโครงข่ายกรรจายจักร
ถ้อยทอถักถึงทั่วครอบครัวผอง
คน แล สัตว์ สรรพชีวิตจิตใจครอง
ปวงสิ่งของไร้วิญญาณ์ประดามี

เราคือโลกโลกคือเราเป็นเผ่าพ้อง
เป็นพี่น้องพงษ์ประยูรตระกูลศรี
ล้วนคือบุตรธิดาประชาชี
ของโลกนี้อันเป็นหนึ่งที่ถึงกัน

(กวีนิพนธ์ : ว.วชิรเมธี)
(ภาพประกอบ : fuji_sun_)







ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook พระเมธีวชิโรดม - ว.วชิรเมธี
https://www.facebook.com/v.vajiramedhi/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 25, 2021, 01:55:44 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12114
    • ดูรายละเอียด
"สุดยอดศิลปะ " - พระเมธีวชิโรคม ( ว.วชิรเมธี )
« ตอบ #172 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 01:58:53 pm »



สุดยอดศิลปะ ก็คือ

ศิลปะในการดำเนินชีวิต ให้มีความสุข

ท่ามกลางเวลาแห่งทุกข์


พระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี)









ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook พระเมธีวชิโรดม - ว.วชิรเมธี
https://www.facebook.com/v.vajiramedhi/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 25, 2021, 02:03:17 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12114
    • ดูรายละเอียด
“บุตรธิดาโลกพิภพ” - พระเมธีวชิโรคม ( ว.วชิรเมธี )
« ตอบ #173 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2021, 02:01:21 pm »




บุตรธิดาโลกพิภพ 

หากเธอเคยฟังมาเพลาก่อน
“มนุษย์คือเทพบิดรประชาสัตว์
สรรพสิ่งประดามีทวีวัฒน์
ท่านทรงจัดไว้เพื่อเธอเสมอไป”

นั่น...คือ อภิมหากะลาเก่า
ที่ครอบเราทั้งโลกาตัณหาใหญ่
กินกอบโกยโดยอัตตามหาภัย
โลกประลัยอย่างย่อยยับอัปรา

เธอ...ควรวางอวิชชาปัญญาผิด
คลายยึดติดที่เคยเชื่อเอื้อปัญหา
มองมุมใหม่ในความจริงสิ่งสรรพา
ต่างอิงอาศัยกันอนันตรา

เธอนั้นคือหนึ่งสิ่งในสิ่งส่ำ
เพียงหยดน้ำกลางสมุทรสุดสังสาร์
เป็นเพียงบุตรสุดที่รักตักมารดา
ในหัตถาแห่งพิภพจบจักรวาล

(กวีนิพนธ์ : ว.วชิรเมธี)
(ภาพประกอบ : Plum Magazine)







ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook พระเมธีวชิโรดม - ว.วชิรเมธี
https://www.facebook.com/v.vajiramedhi/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 25, 2021, 02:07:39 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12114
    • ดูรายละเอียด



“ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับเรานั้น

หากเราไม่ใช้มันให้เป็นครู

มันก็จะกลายเป็นการลงทัณฑ์”


พระเมธีวชิโรดม (ท่าน ว.วชิรเมธี)







ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook พระเมธีวชิโรดม - ว.วชิรเมธี
https://www.facebook.com/v.vajiramedhi/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2021, 10:51:46 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12114
    • ดูรายละเอียด



  สมาชิกกิตติมศักดิ์ของครอบครัว

ในสมัยยังเด็ก
เคยสังเกตเห็นว่า
ทุกเช้าหลังจากยกไหข้าวลงมาจากเตา
เทข้าวลงใส่ถืม
(ถาดชนิดหนึ่งแต่ทำด้วยไม้)
คนข้าวด้วยทัพพีไม้
จนข้าวหายร้อน กำลังอุ่นพอดีๆ แล้ว
แม่จะหยิบข้าวมาปั้นเป็นก้อนๆ สักสามสี่ก้อน
เตรียมน้ำหนึ่งแก้ว
และตักอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งใส่ในถ้วยเล็กๆ
นำข้าว อาหาร และน้ำ ทั้งสามอย่างนี้
ไปถวายให้แก่พระพุทธรูปองค์เล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนหิ้งพระเสมอ
แม่เรียกพิธีกรรมนี้ว่า “ใส่ข้าวพระเจ้า”
(ถวายข้าวแด่พระพุทธเจ้า)
แม่ยังบอกอีกว่า
“หากพระพุทธเจ้ายังไม่ได้กิน (เสวย) เราจะกินไม่ได้”

จากธรรมเนียมในครัวเรือน
ได้ขยายออกมาสู่ประเพณีของชุมชนชาวล้านนาไทย
กล่าวคือหลังเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวทุกปี
จะต้องมีพิธี “ทานข้าวใหม่” (ถวายข้าวใหม่)
โดยทุกหลังคาเรือน
จะนำข้าวคนละกระสอบหรือคนละ ๑ ทะนานเป็นอย่างน้อย
ไปกองรวมกันที่ในโบสถ์หรือกลางลานวัด
พูนข้าวเปลือกใหม่หมาดจากท้องนา
ให้เป็นรูปทรงคล้ายเจดีย์
จากนั้นจึงประกอบพิธี “ถวายข้าวใหม่”
ให้แก่พระสงฆ์ทั้งวัด
ซึ่งแน่นอนว่า
ย่อมหมายถึงพระสงฆ์ที่มีพระพุทธเจ้าทรงเป็นประมุข

ทุกวันนี้
ในงานทำบุญของชาวเหนือ
ธรรมเนียมนี้ก็ยังคงอยู่
สำหรับชาวล้านนาไทยแล้ว
ในงานบุญทุกชนิด
จะต้องมีสำรับกับข้าวชุดหนึ่ง ไทยธรรมชุดหนึ่ง
ที่เตรียมไว้ถวายแก่พระพุทธองค์
ที่ประดิษฐานอยู่ ณ โต๊ะหมู่บูชาด้วยเสมอไป
เราเรียกไทยธรรมชุดนี้ว่า “กัณฑ์พระพุทธเจ้า”
(ไทยธรรมที่เป็นส่วนของพระพุทธเจ้า)

มองเผินๆ ดูเหมือนเรื่องนี้เป็นความงมงาย
สะท้อนถึงความยึดติดถือมั่นว่า
พระพุทธเจ้ายังมีตัวมีตนอยู่
แต่หากมองอย่างลึกซึ้ง
ธรรมเนียมเช่นนี้ซ่อนปริศนาธรรม
เกิดจากปัญญาที่แหลมคม
เป็นกุสโลบายที่ยึดโยงชาวพุทธ
เข้ากับพระพุทธศาสนาอย่างแนบเนียน
และทำให้พระพุทธศาสนายังคงชีวิตชีวาสืบมาถึงปัจจุบัน

เพราะธรรมเนียมหรือพิธีกรรมเช่นนี้
สะท้อนให้เห็นความใกล้ชิด ผูกพัน ระหว่างชาวบ้าน
กับพระพุทธศาสนา หรือ พระพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้ง
ลึกซึ้งถึงขนาดที่ยอมรับนับถือ
ให้พระพุทธเจ้าทรงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเรา
เหมือนกับว่าพระพุทธองค์
ทรงเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์อีกคนหนึ่งของครอบครัวเราจริงๆ
บ้านของเราชาวพุทธแทบทุกหลัง
ห้างร้าน บริษัท ห้องทำงาน ห้องนอน ห้องรับแขก
จึงมี “หิ้งพระ” หรือ “ห้องพระ”
สำหรับเป็น “อารามที่ประทับของพระพุทธเจ้า” อยู่ด้วยเสมอไป

ในความคิดคำนึงของชาวบ้าน หรือในวงกว้างก็คือ ชาวพุทธไทย
หรือชาวล้านนานั้น (ภาคอื่นก็อาจมีธรรมเนียมนี้เหมือนกัน)
พระพุทธองค์ทรงอยู่ใกล้ชิดกับพวกเรามานานแสนนาน
เราถือว่า พระองค์ทรงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว
ทรงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน
หากพระองค์ยังไม่ฉัน
เจ้าของบ้านก็จะยังไม่กินข้าว
ลองคิดทบทวนดูเถิด
เราเคยใกล้ชิดกับพระพุทธเจ้า
กับพระพุทธศาสนามากถึงขนาดนี้
ถึงขนาดที่ถือว่า
พระพุทธเจ้าทรงเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวของเรา

ครั้งหนึ่ง
เคยเห็นแม่ดุพี่ชายพี่สาวที่กำลังเถียงกันอยู่ว่า
“ออกไปเถียงกันที่อื่น อย่ามาเถียงกันต่อหน้าพระพุทธเจ้า”
ปรากฏว่า ทุกคนเงียบกริบ
เดินออกจากตรงนั้น ไปคุยกันต่อข้างล่าง
นี่แหละอานุภาพของพระพุทธเจ้าล่ะ
ความเกรงใจที่เรามีให้แก่พระองค์
ทำให้เราลดราวาศอกให้แก่กัน
ทำให้เราหยุดเป็น ยอมเป็น เงียบเป็น
กลับมาใช้เหตุผลเป็น

หากสมาชิกในครัวเรือน
กำลังขาดสติ ทะเลาะกัน เถียงกัน
พอหันไปเห็นพระพุทธปฏิมาที่อยู่ในบ้าน
เกิดสติตระหนักรู้ว่า
อยู่ต่อหน้าพระองค์
ไม่ควรจะทะเลาะทุ่มเถียงกัน
หรือไม่ควรจะใช้ความรุนแรงต่อกันและกัน
เพียงแค่นี้
การมีอยู่ของพระพุทธรูปในเครือเรือน
ก็สูงส่ง ล้ำค่ำ เป็นอย่างยิ่งแล้ว

เคยอ่านพบประวัติของนักโทษคนหนึ่ง
เขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งไปปล้นบ้านเศรษฐีมีชื่อคนหนึ่งของอำเภอ
หัวหน้าโจรบอกให้เปิดตู้เซฟ
พอเปิดได้แล้ว เจอพระพุทธรูปหยกองค์หนึ่งอยู่ในตู้
เขาถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
แล้วขยับตัวถอยออกมา
พลางรำพึงกับมโนธรรมของตัวเองว่า
“เราไม่สมควรมาทำอย่างนี้
เพราะนี่มันผิดศีลข้อที่ ๒...”
แต่ยังไม่ทันได้เลิกเป็นโจร
ตำรวจก็มาล้อมบ้านและจับเขาพร้อมทั้งหัวหน้าได้เสียก่อน
เพราะบ้านหลังนั้นติดสัญญาณกันขโมย

บ้านเรือนไหน
ที่มีพระพุทธรูปอยู่ด้วย
ก็โปรดอย่าลืม “เอาธรรมของพระพุทธองค์”
มาปฏิบัติด้วยก็แล้วกัน
ทำอะไรในบ้านในเรือนก็เกรงใจท่านบ้าง
ถึงในทำเนียบรัฐบาล ในรัฐสภา ก็เถอะ
เห็นมีพระพุทธรูปอยู่มากมายในห้องทำงานของนักการเมือง
ทำงานอยู่ในห้องเดียวกันกับคนที่ทรงคุณธรรมสูงล้ำถึงเพียงนั้น
หากไม่มีคุณธรรมเอาเสียเลย ก็น่าละอายแก่ใจ

อย่าเอาแต่พากันสร้างหิ้งพระ สร้างห้องพระ
ให้แก่พระพุทธรูปเสียสวยสดงดงาม
แต่แล้วกลับ “ไม่เอาธรรมของท่านมาปฏิบัติ”
มิเช่นนั้น หิ้งพระหรือห้องพระที่แสนจะสวยงาม
ก็จะมีแต่ความว่างเปล่า


(พระเมธีวชิโรดม|ว.วชิรเมธี)
๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๔







ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook พระเมธีวชิโรดม - ว.วชิรเมธี
https://www.facebook.com/v.vajiramedhi/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2021, 11:38:44 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12114
    • ดูรายละเอียด



    คนทุกคนบนโลก  


ที่จริงก็คือคนคนเดียวกัน

หมายความว่า เราต่างก็เป็นคน

ที่มีความต้องการพื้นฐานของชีวิตเหมือนกัน

กล่าวคือ ต่างก็รักสุข เกลียดทุกข์ กลัวตายไม่ต่างกัน

หากพิจารณาได้อย่างนี้

เวลาที่มองคนอื่น เราก็จะเห็นตัวเอง

เวลาที่มองเข้ามาในตัวเอง เราก็จะเห็นคนอื่น

เรากับเขา จึงหายไป

เพราะต่างก็กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

เมื่อเส้นสมมุติที่แบ่งแยกเราออกจากกันอันตรธานไป

คนทั้งหลายในโลก ไม่ว่าจะต่างกันแค่ไหน

ก็จะสามารถอยู่ร่วมกันด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ

ความเข้าใจความจริงที่เป็นรากฐานอยู่ภายในเช่นนี้

จะทำให้สมาชิกของสังคมโลกสมานสามัคคีกันจากหัวใจ

อยู่ร่วมกันด้วยจิตและปัญญาที่เปิดกว้าง

ปล่อยวางอคติ และเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน
[/size]









ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook พระเมธีวชิโรดม - ว.วชิรเมธี
https://www.facebook.com/v.vajiramedhi/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2021, 11:43:02 am โดย ยาใจ »