ผู้เขียน หัวข้อ: * รวม * คติธรรม - คำกลอน โดย อาจารย์ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง  (อ่าน 123264 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



สุขสันต์วันสงกรานต์

สรง กาย-วาจา-ใจ ด้วย ศีล-สมาธิ-ปัญญา

สรงกาย ให้สุจริตด้วยการ

๑.ไม่ฆ่าสัตว์

๒.ไม่ลักทรัพย์

๓.ไม่ประพฤติผิดในกาม

สรงวาจา ให้สุจริตด้วยการ

๑. ไม่พูดปด  ๒. ไม่พูดส่อเสียด

๓. ไม่พูดคำหยาบ  ๔. ไม่พูดเพ้อเจ้อ

สรงใจ ให้สุจริตด้วยการ

๑. ไม่เพ่งเล็งอยากจะได้ของคนอื่นเขา

๒. ไม่เบียดเบียนปองร้ายผู้อื่น

๓. มีความเห็นถูกต้องถูกตรงเป็นสัมมาทิฏฐิ

กาย-วาจา...สะอาดได้ด้วย...ศีล

ใจ...สงบได้ด้วย...สมาธิ

ใจ...สว่างได้ด้วย...ปัญญา

ศีล-สมาธิ-ปัญญา (อริยมรรคมีองค์ ๘)


คือ หนทางสู่ความพ้นทุกข์ ดับทุกข์

ได้พบสันติสุขอย่างแท้จริง


ลุงยุทธ...สะดุดดิด







ที่มา : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 28, 2021, 06:52:17 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
โควิค - อาจารย์ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
« ตอบ #273 เมื่อ: เมษายน 28, 2021, 06:47:31 am »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




หมั่นฝึกจิตให้มีสติ

เมื่อมีสติ...ก็ไม่ทำผิดศีล

จิตที่มีศีล
 
สมาธิ...ก็เกิดขึ้นได้ง่าย

จิตที่มีสมาธิ

ปัญญา...ก็เกิดขึ้นได้ไว

ศีลดี...กาย-วาจาก็ดี

สมาธิดี...ใจก็สงบ และตั้งมั่น

ปัญญาดี...ก็เห็นสัจธรรมตามความเป็นจริง

ศีล-สมาธิ-ปัญญา (อริยมรรคมีองค์ ๘)

นี่แหละ คือ หนทางสู่ความพ้นทุกข์

- ปริยัติ...ถูกต้อง

- ปฏิบัติ...ถูกทาง

- ปฏิเวธ...ผลย่อมปรากฏ








ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 14, 2021, 12:24:45 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




ถ้าติดโควิด…ง่ายต่อการติดต่อแพร่กระจายไปให้คนรักคนใกล้ชิด และบุคคลอื่น

ถ้าติดโควิด…ต้องถูกกักตัว ถูกกักบริเวณ ไอ หอบ อึดอัด หายใจไม่ออก แสนทุกข์ทรมาน

ถ้าติดโควิด…พ่อแม่ สามีภรรยา ลูกเต้าเหล่าหลาน ญาติสนิท มิตรสหาย จะไปเยี่ยมใกล้ชิดก็ไม่ได้

ถ้าติดโควิด…ตายเมื่อยามใด เจ้าหน้าที่ก็จะเอาไปจัดการห่อศพให้มิดชิด แล้วนำไปฌาปนกิจ พ่อแม่ ลูกหลาน สามีภรรยา ญาติสนิท มิตรสหาย จะเปิดโลงศพดูหน้าเป็นครั้งสุดท้ายก็ทำไม่ได้

ขอให้ทุกท่านจงอย่าได้ประมาท ความตายนั้นอยู่ใกล้นิดเดียว ร่วมด้วยช่วยกันป้องกัน ดูแลตัวเองให้แข็งแรง ดูแลกันและกันให้ดี ให้มีสติตระหนักรู้ แต่ไม่ตื่นตระหนกตกใจจนเกินไป ขอให้ทุกท่านปลอดภัยจากทุกโรคภัย นะครับ








ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 14, 2021, 12:52:36 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



ฉุกคิดวันละนิด จิตแจ่มใส



๑. เมื่อใดใกล้ถึงวันเกิด วันเวลาของชีวิต ก็เริ่มลดน้อยถอยลง จงอย่าได้ประมาทในชีวิต หมั่นฝึกจิตภาวนา

๒. มนุษย์รักสุขเกลียดทุกข์ แต่มนุษย์ก็มักทำให้ตนต้องเป็นทุกข์อยู่ร่ำไปไม่เว้นวัน คิดผิด พูดผิด ทำผิด ทำให้ใจเป็นทุกข์ คิดถูก พูดถูก ทำถูก ทำให้ใจเป็นสุข สุขหรือทุกข์ อยู่ที่เราเป็นผู้เลือกทำเอง

๓. เมื่อใดที่เราโกรธใคร เมื่อนั้นใจเราก็ทุกข์ร้อนก่อนคนอื่น

๔. เมื่อใดที่เราอภัยใคร เมื่อนั้นใจเราก็เบาสุขสงบเย็นก่อนคนอื่น

๕. ทุกคนต้องการให้คนอื่นเข้าใจเรา ทั้งๆที่ตัวเราก็ยังไม่ค่อยเข้าใจตัวเอง อย่าคาดหวังกับอะไร หรือกับใครจนเกินไป มิเช่นนั้น ท่านก็จะได้รับความผิดหวัง เพราะความคาดหวังในสิ่งนั้น

๖. ไม่มีใครทำอะไร ให้เราพึงพอใจไปได้เสียทุกอย่าง แม้กระทั้งตัวเราเอง ก็ยังไม่สามารถทำให้เราพอใจ ในการกระทำของเราไปได้ในทุกๆเรื่อง

๗. อย่าคิดหวังว่า ใครจะต้องทำอะไรเพื่อเรา แต่จงคิดที่จะทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง จิตที่คิดจะให้มันเบา จิตที่คิดจะเอามันหนัก จงฝึกจิตที่ รู้จักให้ รู้จักรับ รู้จักวาง จึงจะว่างจากทุกข์

๘. คนจำนวนไม่น้อยที่เป็นนักวิจารณ์คนอื่น แต่ลืมที่จะวิจารณ์ตนเอง เมื่อใดที่วิจารณ์คนอื่น ใจเรามักจะเป็นทุกข์ หัดกลับมาวิจารณ์ตนเองบ้าง เพื่อแก้ไขสิ่งที่ผิด และพัฒนาสิ่งที่ถูก ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

๙. การฝึกภาวนาพัฒนาจิตในวันนี้ อาจจะยังไม่ทำให้เราสิ้นทุกข์หมดทุกข์ไปได้ตลอดกาล แต่อย่างน้อยความทุกข์ที่เกิดขึ้น ก็จะอยู่กับเราไปไม่นาน เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เพียงแค่นี้ก็ดีแล้ว

๑๐. ทุกอย่างเริ่มต้นจากคำว่า “น้อย” หากเราไม่เริ่มเสียที แล้วคำว่า “มาก” จะเกิดมีขึ้นได้อย่างไร ทุกอย่างเริ่มจากน้อยไปหามาก เริ่มจากง่ายไปหายาก ถ้าเราฝึกทำบ่อยๆ ยากก็จะกลายเป็นง่าย น้อยก็จะกลายเป็นมากขึ้นมาได้เอง ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางโลก หรือทางธรรม ก็ต้องอิงอาศัยความเพียรประจำสม่ำเสมอ ความสำเร็จจะจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีความขยัน และความอดทนด้วย


  ลุงยุทธ…สะดุดคิด   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 14, 2021, 12:40:27 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




ชีวิตคนเรานั้น มีขึ้นมีลง มีรุ่งมีร่วง 

เมื่อขึ้นได้ ก็ลงได้ เมื่อร่วงได้ ก็ขึ้นได้

สิ่งที่สำคัญ คือ เราต้องมีใจสู้ ไม่ท้อถอย

มีความขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน

เมื่อยังมีลมหายใจอยู่ ชีวิตก็ต้องสู้ต่อไป

กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ กำลังใจจากใคร

ก็ไม่ดีเท่ากำลังจากใจตนเอง

บอกตัวเองว่า เกิดมาก็ไม่มีอะไรติดตัวมา

วันแรกของชีวิตก็ไม่มีอะไร

วันนี้มันเป็นเพียงแค่สิ่งที่เคยมี

มันลดน้อยถอยลงเท่านั้นเอง

  ลุงยุทธ…สะดุดคิด 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 14, 2021, 12:55:36 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

มาณพ ! สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีตได้.

กมฺมสฺสโกมหิ มีกรรมเป็นของตน ใครจะทำกรรมแทนใคร หรือจะมอบกรรมที่ตนทำไว้ให้คนอื่นไม่ได้

กมฺมทายาโท
เป็นทายาทของกรรม ผู้ใดทำกรรมไว้ย่อมได้รับผลของกรรมนั้น ผู้ที่จะรับผลกรรมนั้น แทนผู้ทำกรรมไม่ได้

กมฺมโยนิ มีกรรมเป็นกำเนิด กรรมย่อมจำแนกสัตว์โลกให้เกิดในที่ต่างๆ เช่น ต่างด้วยที่เกิด ด้วยคติ ด้วยกำเนิด ด้วยรูปร่าง ด้วยตระกูล ด้วยทรัพบ์ เป็นต้น

กมฺมพนฺธุ มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ ผู้ใดทำกรรมใดไว้ กรรมนั้นย่อมติดตาม เหมือนเผ่าพันธ์วงศ์ญาติ ที่คอยอุปถัมภ์หรือเบียดเบียน กรรมดีก็เหมือนวงศ์ญาติที่ดี กรรมชั่วก็เหมือนวงศ์ญาติชั่ว ความจริงนั้น กรรมเท่านั้นที่เป็นเผ่าพันธ์วงศ์ญาติที่แท้จริงของผู้ทำกรรม เพราะเมื่อกรรมใดมีโอกาสให้ผล แม้แต่พ่อแม่พี่น้อง หรือผู้ที่รักก็ช่วยเหลือแก้ไข หรือเบียดเบียนผลของกรรมนั้นไม่ได้ การได้รับสุข ทุกข์ อันเป็นผลของกรรมของแต่ละคนนั้น ย่อมเป็นไปตามกรรมของผู้นั้นเอง ทุกคนจึงมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์วงศ์ญาติที่แท้จริง

กมฺมปฏิสรโณ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศํย กรรมดีและกรรมชั่วที่ผู้ใดได้กระทำไว้ ย่อมเป็นที่พึ่งที่แท้จริงของผู้นั้น ญาติ พี่น้อง มิตรสหายหรือผู้ศักด์สิทธิ์ ก็เป็นที่พึ่งให้ไม่ได้เลย

เพราะเมื่อถึงโอกาสกรรมให้ผล ไม่มีใครขัดขวางการให้ผลของกรรมได้เลย








ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 24, 2021, 06:05:36 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




รักที่จะศึกษาเรียนรู้ในสิ่งที่ทำ

มีความเพียรขยันฝึกทำสม่ำเสมอ

มีความตั้งใจอดทนไม่ท้อถอย

พิจารณาไตร่ตรองแก้ไขสิ่งที่บกพร่อง

ความสำเร็จเกิดขึ้นได้จากความเพียร

มิใช่เกิดขึ้นเพียงแค่ฝัน

ไม่ผิดที่คิดฝัน

แต่เมื่อฝันแล้ว ต้องลงมือทำ

จึงจะทำให้สำเร็จได้


ลุงยุทธ…สะดุดิด









ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2021, 06:42:29 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
"วิสาขบูชา" โดย อาจารย์ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
« ตอบ #280 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2021, 06:37:49 am »




"วิสาขบูชา" หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขบูชา ย่อมาจาก " วิสาขปุรณมีบูชา " แปลว่า " การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ " ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหน ก็เลื่อนไปเป็นกลางเดือน ๗
ความสำคัญ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือ เกิด ได้ตรัสรู้ คือ สำเร็จ ปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกันทั้ง คราว คือ

๑. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะประสูติที่พระราชอุทยานลุมพินีวัน ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับเทวทหะ เมื่อเช้าวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี

๒. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้าเมื่อพระชนมายุ ๓๕ พรรษา ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดวันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี หลังจากออกผนวชได้ ๖ ปี ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย

๓. หลังจากตรัสรู้แล้ว ได้ประกาศพระศาสนา และโปรดเวไนยสัตว์ ๔๕ ปี พระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง ณ สาลวโนทยาน ของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมืองกุสีนคระ แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย)








ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2021, 06:42:46 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า

“ภิกษุทั้งหลาย ชีวิตนี้เริ่มต้น

ด้วยเรื่องที่น่าละอาย

ทรงตัวอยู่ด้วยเรื่องที่ยุ่งยากสับสน

และจบลงด้วยเรื่องเศร้า


อนึ่ง ชีวิตนี้เริ่มต้น

และจบลงด้วยเสียงที่คร่ำครวญ

เมื่อลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรก

เราร้องไห้ และเมื่อจะหลับตาลาโลก

เราก็ร้องไห้อีก หรืออย่างน้อยก็เป็นสาเหตุ

ให้คนอื่นหลั่งน้ำตา


เด็กร้องไห้พร้อมด้วยกำมือแน่น

เป็นสัญลักษณ์ว่าเขาเกิดมา

เพื่อจะหน่วงเหนี่ยวยึดถือ

แต่เมื่อจะหลับตาลาโลกไป

ทุกคนแบบมือออก

เหมือนจะเตือนให้คนอยู่เบื้องหลัง

สำนึกและเป็นพยานว่า

เขามิได้เอาอะไรไปด้วยเลย”








ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 25, 2021, 06:40:30 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



วางความคิด

เมื่อแรกฝึก...ฝึกคิดดี...ให้มีก่อน
ให้สังวร...อย่าคิดทำ...กรรมชั่วหนา
เมื่อคิดดี...ย่อมพูดดี...ทำดีนา
มีปัญญา...ไม่หลงผิด...จิตเบิกบาน

แท้ที่จริง...ห้ามจิตคิด...ห้ามไม่ได้
มันปรุงไป...ในความคิด...จิตสังขาร
จิตปรุงแต่ง...ตามปัจจัย...ในสันดาน
ทุกอาการ...ทั้งดีชั่ว...ไร้ตัวตน

รู้จิตคิด...ความคิด...ก็พลันดับ
เกิดสลับ...ดับไป...ไม่สับสน
ขอเพียงแต่...อย่าหลงคิด...ว่าเป็นตน
ก็สุขล้น...ไม่หลงคิด...เห็นผิดไป

ฝึกรู้ตัว...ให้รู้ทัน...จิตเผลอคิด
ไม่หลงติด...แม้ความคิด...ดีแค่ไหน
เมื่อหมดหลง...หมดให้ค่า...ต่อสิ่งใด
จิตวางได้...ไม่หลงยึด...หมดทุกข์เอย

ลุงยุทธ…สะดุดคิด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2021, 06:55:17 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า

“ภิกษุทั้งหลาย ธรรมดาว่าไม้จันทน์

แม้จะแห้งก็ไม่ทิ้งกลิ่น

อัศวินก้าวลงสู่สงคราม ก็ไม่ทิ้งลีลา

อ้อยแม้เข้าสู่หีบยนต์แล้ว

ก็ไม่ทิ้งรสหวาน

บัณฑิตประสบทุกข์ ก็ไม่ทิ้งธรรม”







ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 25, 2021, 06:42:28 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด





เมื่อเหนื่อยนัก ก็ต้องพักบ้าง
เมื่อมีงานหน้าที่ต้องทำ
จงทำให้เต็มที่ ทำให้ดี
ทำสุดความสามารถที่มี
เพราะเกินความสามารถ
ไม่มีใครทำได้

เมื่อเราใช้ร่างกายทำงาน
จงให้โอกาสร่างกายได้พักบ้าง
ถ้าใช้ร่างกายหักโหมจนเกินไป
ร่างกายก็จะเสื่อมสภาพทรุดโทรม
ยากที่จะเยียวยารักษา
สุดท้ายเงินตราที่เราหามาได้
ไม่ว่าจะได้มามากน้อยเพียงใด
ก็อาจจะไม่ได้ใช้ในชีวิตนี้


เมื่อเราใช้ร่างกายในการทำประโยชน์
จงทำประโยชน์ให้แก่ร่างกายบ้าง
ให้ร่างกายได้พัก ได้กิน ได้นอน
ได้พักผ่อน ได้ออกกำลังกาย
ได้ผ่อนคลาย เพื่อช่วยให้การทำงาน
นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น


จงรู้จักใช้ร่างกายแสวงหาทรัพย์
หาทั้งทรัพย์ภายนอก และภายใน
ทรัพย์ภายนอก คือ เงินตรา
เพื่อซื้อหาปัจจัย 4 มาเลี้ยงร่างกาย
ทรัพย์ภายใน คือ ศีล สมาธิ ปัญญา
เพื่อนำมาหล่อเลี้ยงจิตใจ
ให้ใจไม่เป็นทุกข์
ได้พบสันติสุขอย่างแท้จริง


เมื่อใดที่กายดี กายแข็งแรง
ย่อมเกื้อกูลให้มีประสิทธิภาพ
ในการทำงาน ในการแสวงหาทรัพย์
ทั้งภายนอก และภายใน


จงทำความดี เพื่อความดี
ทำให้ดี ทำให้พอดี นั้นมีคุณจริง


  ลุงยุทธ…สะดุดคิด
 








ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 25, 2021, 06:47:07 pm โดย ยาใจ »