ผู้เขียน หัวข้อ: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล  (อ่าน 352778 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #630 เมื่อ: เมษายน 26, 2019, 12:42:27 pm »




เมื่อประสบความสูญเสีย อย่ามัวคร่ำครวญอาลัยกับสิ่งที่เสียไป เพราะนั่นจะทำให้เราหลงลืมสิ่งงดงามที่ยังมีอยู่อีกมากมาย และละเลยประโยชน์ที่จะได้รับจากสิ่งเหล่านั้น

จะว่าไปแล้วยังมีประโยชน์อีกอย่างหนึ่งที่สามารถเกิดกับเราได้หากไม่จมปลักอยู่ในความคร่ำครวญเสียใจ นั่นคือบทเรียนจากความสูญเสีย ความสูญเสียทุกครั้งล้วนบอกแก่เราว่า ไม่มีอะไรที่เป็นของเราอย่างแท้จริง ทุกอย่างมาแล้วก็ไป ความพลัดพรากเป็นเรื่องธรรมดา

ความสูญเสียแต่ละครั้งยังเป็นเสมือนสัญญาณเตือนเราว่า จะมีความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น เลวร้ายกว่านั้นตามมาอีกในอนาคต ดังนั้น หากเราทำใจไม่ได้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น เราจะรับมือกับความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นได้อย่างไร

ใช่หรือไม่ว่า สักวันหนึ่งคนที่เรารักก็ต้องตายจากไป และในที่สุดเราเองก็ต้องละจากโลกนี้ไป

หากไม่อยากทุกข์ทรมานเมื่อวันนั้นมาถึง ก็ต้องเตรียมใจฝึกใจขณะที่ยังมีเวลา ความสูญเสียที่ทยอยเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันนั้น มิใช่อะไรอื่น หากคือแบบฝึกหัดเพื่อให้เราฝึกทำใจแต่เนิ่น ๆ จะได้มีความพร้อมสำหรับเหตุร้ายที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต

เราทุกคนเกิดมาตัวเปล่า เมื่อถึงเวลาก็ต้องจากไปตัวเปล่า อะไรที่ได้มา ก็เอาไปไม่ได้สักอย่าง


ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล






  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2019, 02:11:43 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #631 เมื่อ: เมษายน 26, 2019, 12:46:53 pm »



อังคณา มาศรังสรรค์ หรือ “ครูณา” แห่งโรงเรียนพ่อแม่ลูกเล่าว่า ตั้งแต่เล็กจนโต เธอเห็นพ่อเอาแต่เล่นไพ่ ไม่ค่อยทำงาน ขณะที่แม่ทำงานทั้งวัน ไหนจะงานบ้านและรับจ้างตัดเสื้อ เวลาได้ยินผู้คนเล่าว่าพ่อรักแม่มาก เธอนึกภาพไม่ออก และไม่อยากเชื่อเลย เพราะภาพที่เธอเห็นชินตาตั้งแต่เด็กก็คือ พ่อกราดเกรี้ยวแม่ ต่อว่าแม่เป็นประจำ บางครั้งก็ใช้กำลังกับแม่

เธอรู้สึกเหินห่างหมางเมินพ่อมาโดยตลอด ความรู้สึกลบที่มีต่อพ่อนั้นกลายแรงผลักที่สำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตของเธอตั้งแต่สาว นั่นคือ พยายามเป็นและทำสิ่งที่ตรงข้ามกับนิสัยของพ่อ เช่น ทำงานหนัก ไม่ชอบผ่อนคลาย และไม่นอนกลางวัน ขณะเดียวกันก็ไม่มั่นใจที่จะมีชีวิตคู่กับใคร เพราะกลัวว่าเขาจะเป็นอย่างพ่อ

แต่เมื่อเธอมีครอบครัว วันหนึ่งเธอก็พบว่าเธอทำกับลูกอย่างเดียวกับที่พ่อทำกับเธอ นั่นคือตีลูกด้วยความโกรธ พฤติกรรมหลายอย่างของพ่อที่เธอไม่ชอบ เธอกลับรับเข้ามาอย่างเต็มที่โดยไม่รู้ตัว

เธอเริ่มหันกลับมามองตนเองอย่างจริงจัง สิ่งหนึ่งที่ค้นพบก็คือ อคติที่มี่ต่อพ่อนั้นได้ก่อปัญหาแก่เธออย่างที่นึกไม่ถึง

เธอพบว่าอคติดังกล่าวทำให้เธอเห็นพ่อแต่ในแง่มุมเดียว คือด้านที่เป็นลบ ไม่สามารถมองเห็นด้านที่เป็นบวกได้เลย ดังนั้นไม่ว่าพ่อจะทำดีกับเธออย่างไร เธอก็มองไม่เห็น บางครั้งก็หันหลังให้

“เมื่อเขาชวนฉันไปกินขนม ฉันก็ปฏิเสธ เมื่อป๊าจะกอดฉัน ฉันก็วิ่งหนี เมื่อป๊าชวนฉันไปเที่ยว ฉันก็ว่าไม่อยากไป”

หารู้ไม่ว่าการทำเช่นนั้นส่งผลให้พ่อโอภาปราศรัยกับเธอน้อยลง และเหินห่างมากขึ้น

เมื่อทบทวนชีวิตที่ผ่านมาอย่างจริงจัง เธอจึงตระหนักว่าพ่อเป็นคนรักครอบครัวมาก ตอนที่ลูกยังเด็ก พ่อเป็นคนป้อนข้าวให้ลูก เมื่อลูกไปโรงเรียน พ่อก็ไปส่งปิ่นโตที่โรงเรียนทุกวัน

ทุกครั้งที่เล่นไพ่ได้พ่อจะซื้ออาหารดี ๆ กลับมาให้ที่บ้านได้กินอย่างเอร็ดอร่อย เสื้อผ้าชุดโปรดของเธอในวัยเด็กก็ได้มาจากเงินในวงไพ่

แม้เมื่อเธอโตเป็นสาวแล้ว คราใดที่ล้มป่วย พ่อก็จะมาดูแลอย่างใกล้ชิด มีคราวหนึ่งเธอกินอะไรแทบไม่ได้ พ่อก็จะซื้อปลากระบอกฮ่องกงซึ่งแพงมาก แล้วลอกเป็นเส้นเล็ก ๆ ป้อนใส่ปากเธอทีละนิด

เมื่อเธอตัดสินใจจะไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา พ่อก็รับปากว่าจะหาเงินมาส่งเสีย แล้วก็ทำได้อย่างที่พูด แน่นอนว่าเงินเหล่านี้พ่อได้จากการเล่นไพ่

ทัศนคติของเธอเริ่มเปลี่ยนไป เธอรู้สึกดีกับพ่อมากขึ้น

“ในวัยสี่สิบต้น ๆ ฉันพึ่งเริ่มหลงรักพ่อของตัวเอง พ่อที่น่ารัก พ่อที่ใจดี และพ่อที่อ่อนโยน”

เธอหันกลับมาทำดีกับพ่อมากขึ้น พูดคุยใกล้ชิดขึ้น จากเดิมที่ให้เงินต่อเมื่อพ่อออกปากขอ เธอรีบให้ก่อนที่เขาจะขอ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าพ่อจะเอาเงินไปเล่นไพ่

แล้วสิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น พ่อเริ่มเปลี่ยนไป หรือพูดให้ถูกคือ กลับมาเป็นคนเดิม นั่นคือ เป็นพ่อที่สงบและใจดี เป็นสามีที่อ่อนหวาน เลิกต่อว่าภรรยา เมื่อภรรยาป่วย ก็คอยดูแลภรรยา จับมือและพูดหวาน พาภรรยานั่งรถเที่ยวโดยไม่บ่นเลย

วันหนึ่งเธอตัดสินใจพูดคุยกับพ่อเพื่อขอร้องให้เลิกเล่นไพ่ สนทนาเพียงสิบนาที พ่อก็ตัดสินใจเลิกเล่นไพ่ เมื่อตระหนักว่าเหตุผลที่จะเล่นไพ่ไม่มีแล้ว เนื่องจากลูก ๆ มีชีวิตที่สุขสบาย ครอบครัวไม่เดือดร้อนแล้ว

พ่อเปลี่ยนไปเมื่อได้รับความรักและความเข้าใจจากลูก พลังแห่งความดีในใจพ่อที่เคยซบเซาอ่อนแรง ได้รับการกระตุ้นหนุนเสริมจากความรักและความเข้าใจดังกล่าว จนสามารถเอาชนะความกระด้างและความเห็นแก่ตัว ทำให้พ่อกลับมาเป็นพ่อที่ดีและสามีที่น่ารักดังเดิม

คนเรานั้นแม้อยากทำดีหรือเป็นคนดี แต่หากคนรอบข้างมึนตึง เมินเฉย หรือรังเกียจ ก็กลับกลายเป็นคนกระด้างและเห็นแก่ตัวได้ไม่ยาก ไม่ว่าคนอื่นจะเรียกร้องหรือคาดคั้นให้เขาทำดีเพียงใด ก็ไร้ผล จนกว่าคนรอบข้างจะเปลี่ยนทัศนคติ และหันกลับมาทำดีกับเขาด้วยความรักและความเข้าใจ

ถึงตอนนั้นเขาจึงจะเปลี่ยนแปลงกลายเป็นคนใหม่ หรือกลับเป็นคนดีดังเดิมได้


ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล




  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #632 เมื่อ: เมษายน 26, 2019, 12:52:05 pm »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



  เปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญา


“ปัญหา”เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็อยากเลี่ยงหลีก แต่ไม่มีใครที่หนีมันพ้นได้ เพราะปัญหาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ในเมื่อเราไม่มีวันหนีปัญหาพ้น จะไม่ดีกว่าหรือหากเราเตรียมใจให้พร้อมเพื่อต้อนรับมันอยู่เสมอ

การมองว่า “ปัญหา”เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตที่ไม่มีใครหนีพ้น เช่นเดียวกับ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราเผชิญกับปัญหาได้โดยไม่ทุกข์มากนัก แต่วิธีที่ดีกว่านั้นก็คือการเปลี่ยน “ปัญหา” ให้กลายเป็น “ปัญญา” เพราะนอกจากจะไม่ทุกข์หรือ “ขาดทุน”แล้ว ยังได้ประโยชน์เป็น “กำไร”กลับมาด้วย

ขอให้สังเกตคำว่า “ปัญหา” กับ “ปัญญา” นั้นมีความใกล้เคียงกันมาก ต่างกันแค่ตัวเดียวคือ “ห” กับ “ญ” ในชีวิตจริง สิ่งที่เรียกว่า “ปัญหา” นั้นก็อยู่ใกล้กับ “ปัญญา” มากเช่นเดียวกัน

ปัญหาสามารถก่อให้เกิดปัญญาได้หากรู้จักมองหรือใคร่ครวญกับมัน นักเรียนจะเฉลียวฉลาดได้ก็เพราะหมั่นทำการบ้าน การบ้านนั้นคืออะไรหากไม่ใช่ปัญหาหรือโจทย์ที่ต้องขบคิด ถ้าครูไม่ขยันให้โจทย์หรือตั้งคำถามให้นักเรียนขบคิด นักเรียนก็ยากที่จะเกิดปัญญาได้

คนทั่วไปนั้นเมื่อเจอปัญหาก็จะเป็นทุกข์หรือกลัดกลุ้มไปกับมัน แต่ถ้าลองตั้งสติและพิจารณาให้ดี ปัญหาก็จะกลายเป็นปัญญาได้ไม่ยาก เมื่อ ๘๐ ปีก่อน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษคนหนึ่งได้เพาะเลี้ยงแบคทีเรียไว้ในจานเพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยเรื่องไข้หวัด วันหนึ่งเขาพบว่ามีเชื้อราเข้าไปปนเปื้อนและทำลายแบคทีเรียที่เพาะเอาไว้ นั่นหมายความว่าเขาต้องเพาะแบคทีเรียขึ้นใหม่

เจ้าเชื้อราตัวนี้สร้างปัญหาให้นักวิทยาศาสตร์ผู้นี้ แต่แทนที่จะโมโห เขากลับฉุกคิดขึ้นมาว่าถ้ามันฆ่าแบคทีเรียที่เพาะในจานได้ มันก็ต้องกำจัดแบคทีเรียที่ในร่างกายคนได้เช่นกัน ปัญญาเกิดขึ้นแก่นักวิทยาศาสตร์ผู้นี้ทันที นำไปสู่การค้นพบเพนนิซิลินหรือยาปฏิชีวนะ ซึ่งในเวลาไม่นานสามารถช่วยชีวิตผู้คนนับร้อยล้านคนทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์ผู้นี้คืออเล็กซานเดอร์
เฟลมมิ่งนั่นเอง


โลกก้าวหน้าได้เพราะเรารู้จักเปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญา มองให้แคบลงมา ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน มีคนจำนวนไม่น้อยที่ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหลังจากประสบวิกฤต บางคนเป็นโรคหัวใจเจียนตาย ภัยร้ายได้บังคับให้เขาต้องหันมาทบทวนชีวิตของตน และพบว่าการหมกมุ่นอยู่กับตนเอง ตัดขาดจากผู้อื่น และจมอยู่กับความหดหู่เศร้าหมอง เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เขามีอาการดังกล่าว เขาจึงปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เข้าหาผู้คน ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อผู้อื่น และปล่อยวางความกังวลหม่นหมอง ไม่นานสุขภาพของเขาก็ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น เขายอมรับว่า การเป็นโรคหัวใจเป็นสิ่งดีที่สุดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับเขา

เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา แทนที่จะคร่ำครวญหรือตีอกชกหัว ลองใคร่ครวญดูให้ดี จะพบว่า ปัญหาเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเอง ถ้าเรามองสัญญาณนี้ออก นั่นแสดงว่าปัญญาได้เกิดแก่เราแล้ว ขั้นต่อไปก็คือเปลี่ยนทัศนคติ พฤติกรรม หรือการใช้ชีวิตให้ถูกต้อง เหมาะสม และชาญฉลาด

ไม่ควรมองว่าปัญหาคือ “ทางตัน” ถ้ามองให้ดี ในตัวปัญหานั้นก็มี “ทางออก” ด้วยเหมือนกัน อย่าลืมว่า สลักที่ล็อคประตูนั้นก็เป็นสลักอันเดียวกับที่ใช้เปิดประตู สวิตช์ที่ปิดไฟก็เป็นอันเดียวกับที่ใช้เปิดไฟให้สว่าง ฉันใดก็ฉันนั้นในคำถามก็มีคำตอบเฉลยอยู่

จะว่าไปแล้วปัญหาหรือความทุกข์ทั้งหลายไม่ได้มีไว้ให้เราคร่ำครวญ แต่มีไว้ให้ใคร่ครวญนั่นเอง ในความทุกข์นั้นก็มีทางออกจากความไม่ทุกข์แฝงอยู่เสมอ ในภาพยนตร์เรื่อง Batman Begins เด็กชายบรู๊ซ (ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นมนุษย์ค้างคาว)ได้พลัดตกลงไปในหลุม เมื่อพ่อช่วยขึ้นมาแล้ว ได้ถามลูกว่า “รู้ไหมทำไมคนเราถึงหกล้ม?” ลูกนึกไม่ออก พ่อจึงเฉลยว่า “ก็เพื่อเราจะได้รู้วิธีลุกขึ้นมาไงล่ะ”

ความทุกข์มีขึ้นก็เพื่อสอนเราให้รู้จักหลุดพ้นจากความทุกข์ ปัญหาเกิดขึ้นก็เพื่อสอนเราให้เกิดปัญญา ด้วยเหตุนี้ปัญหาจึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากคือครูที่มาสอนให้เราฉลาดขึ้นนั่นเอง


พระไพศาล วิสาโล




  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 12, 2020, 07:25:22 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
เป็นมิตรกับความเหงา - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #634 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2019, 05:37:35 am »




  เป็นมิตรกับความเหงา 

การที่เราจะอยู่กับตัวเองได้อย่างมีความสุข สิ่งหนึ่งที่ต้องผ่านให้ได้ก็คือความเหงา แต่นักปฏิบัติทุกคนย่อมรู้ดีว่าการเอาชนะความเหงานั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการปฏิเสธผลักไสมัน ขืนทำเช่นนั้นมันก็ยิ่งรังควาญเราหนักขึ้น ไม่ต่างจากอันธพาลที่ไล่เท่าไหร่ไม่ยอมไป หรือยิ่งไล่ก็ยิ่งกวนดังนั้นสิ่งที่ควรทำก็คือรับรู้หรือดูมันเฉยๆ ด้วยใจที่เป็นกลาง นั่นคือรับรู้มันด้วยสติ แทนที่จะผลักไสมัน ก็ยอมรับมัน หรือพร้อมต้อนรับมันเสมือนอาคันตุกะที่มาเยี่ยมเยือน เมื่อทำใจคุ้นกับความเหงาจนเป็นมิตรกับมันได้ ความเหงาก็จะกลายเป็นมิตรกับเราเช่นกัน

ในเวลาไม่นานมันก็จะจากลาไปเองเยี่ยงอาคันตุกะที่รู้เวลา และมีมารยาทพอที่จะไม่รบกวนเจ้าบ้านผู้มีไมตรีนานเกินไป น่าแปลกก็คือเมื่อเรามองความเหงาเป็นมิตร แทนที่จะมองเป็นศัตรู ความเหงากลับจะมาเยี่ยมเยือนเราน้อยลง และทุกครั้งที่มาเยือน ก็ไม่ได้รบกวนใจเราให้เป็นทุกข์เลย ถึงตอนนั้นเราจะสามารถอยู่กับตัวเองได้อย่างมีความสุขโดยไม่จำเป็นต้องออกไปแสวงหาความสุขจากที่ไหนเลย กล่าวได้ว่า หากเราไม่รู้จักเป็นมิตรกับความเหงาแล้ว ก็ยากที่จะเป็นมิตรกับตัวเองได้พูดอีกอย่างก็คือ ถ้าอยากเป็นมิตรกับตัวเองก็ต้องเป็นมิตรกับความเหงาให้ได้

พระไพศาล วิสาโล






  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 21, 2019, 06:32:20 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




  พอใจในสิ่งที่มี ยินดีในสิ่งที่ได้

ชีวิตคือการแสวงหา บ้างก็แสวงหาความมั่งคั่ง บ้างก็แสวงหาอำนาจ บ้างก็แสวงหาความลับของจักรวาล แม้จะแสวงหาแตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคือ ปรารถนาความสุข อย่างไรก็ตามผู้คนเป็นอันมากแม้จะค้นพบสิ่งที่แสวงหามานาน ก็ใช่ว่าจะมีความสุขเสมอไป มหาเศรษฐีพันล้านหลายคนไม่เคยพอใจในสิ่งที่ตนได้มา ผู้ปกครองเรืองอำนาจคนแล้วคนเล่าไม่มีความพึงพอใจในชีวิต ออรังเซ็บ จักรพรรดิผู้มั่งคั่งที่สุดของราชวงศ์โมกุล และมีอำนาจแผ่ขยายไปทั่วคาบสมุทรอินเดีย แม้ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย แต่ก็หามีความสุขไม่ ก่อนสิ้นพระชนม์ได้เผยความในใจว่า “ฉันมาและไปเหมือนคนแปลกหน้า ฉันไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร หรือกำลังทำอะไรอยู่...ชีวิตนั้นมีคุณค่าอย่างมาก แต่จากไปอย่างสูญเปล่า”

ออรังเซ็บพบและมีทุกอย่างที่ตนแสวงหา แต่กลับไม่มีความสุขกระทั่งวาระสุดท้าย เพราะมีสิ่งหนึ่งที่หายไปจากชีวิตของพระองค์ นั่นคือคำตอบว่า “ฉันเป็นใคร” นี้คือโศกนาฏกรรมที่เกิดกับผู้คนจำนวนมาก กล่าวได้ว่า ความสำเร็จในการแสวงหานั้นหาใช่หลักประกันแห่งความสุขไม่ หากสิ่งที่ตนค้นพบหรือได้มานั้นไม่ช่วยให้รู้จักตนเองเลย พูดอีกอย่างก็คือ เราจะพบความสุขอย่างแท้จริงต่อเมื่อรู้จักตนเอง การค้นพบอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการค้นพบตัวเองในมิติที่ลึกซึ้งที่สุด

การค้นพบว่า อะไรคือความปรารถนาในส่วนลึกของจิตใจ อะไรที่ช่วยเติมเต็มชีวิตให้อิ่มเอมอย่างแท้จริง และอะไรคือสิ่งที่เป็นคุณค่าและความหมายของชีวิต ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการค้นพบความจริงเกี่ยวกับตนเอง ซึ่งจะว่าไปแล้วไม่มีความจริงใดที่สำคัญและลึกซึ้งเท่ากับการค้นพบว่า “ตัวฉัน”นั้นไม่มีอยู่จริง หากเป็นสิ่งสมมุติที่ปรุงแต่งขึ้นมา และเป็นที่มาแห่งความทุกข์ทันที่ที่ยึดติดถือมั่นกับมัน กล่าวอย่างถึงที่สุดคำตอบว่า “ฉันเป็นใคร” ไม่สำคัญเท่ากับว่า “ฉันเป็นอะไร”


พระไพศาล วิสาโล




  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 21, 2019, 06:35:01 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
ยิ้มรับความทุกข์ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #636 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2019, 06:31:29 am »




  ยิ้มรับความทุกข์   


“ใจดีสู้เสือ” เป็นสำนวนที่คนไทยแต่ก่อนคุ้นเคยดี มีความหมายว่าเมื่อเจอภัยอันตราย ควรครองสติให้ดี อย่าตื่นตระหนกตกใจ หาไม่แล้วอาจพลาดท่าเสียทีถึงแก่ชีวิตได้ อันที่จริงมิใช่แต่ภัยอันตรายเท่านั้นที่เราควรรักษาใจให้ดีเมื่อเผชิญหน้ากับมัน แม้กระทั่งปัญหา อุปสรรค และเหตุร้ายทั้งหลาย ซึ่งเรียกรวม ๆ ว่า ความทุกข์ เมื่อมันเกิดขึ้นกับเราแล้ว ก็ควรที่เราจะทำ “ใจดี” เอาไว้ ไม่ควรตีโพยตีพาย ตีอกชกหัว หรือโศกเศร้าคร่ำครวญ เพราะนอกจากไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว กลับทำให้เราเป็นทุกข์มากขึ้น

ความทุกข์เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากหลีกเลี่ยง แต่เมื่อหนีมันไม่พ้น จะดีกว่าไหมหากเรายิ้มรับมัน และใคร่ครวญว่าจะรับมือกับมันอย่างไรเพื่อให้เกิดผลเสียน้อยที่สุด หรือดีกว่านั้นก็คือหาประโยชน์จากมันเท่าที่จะทำได้ จะว่าไปแล้วปัญหา อุปสรรคและเหตุร้ายทั้งหลาย ล้วนมีประโยชน์หากเรารู้จักมอง แม้กระทั่งความเจ็บป่วยและความตาย ก็ไม่พ้นจากความจริงข้อนี้ อย่างน้อย ๆ หากวางใจถูก ยิ้มรับมันเสมือนมิตร มันก็จะกลายเป็นมิตรกับเราได้

พระไพศาล วิสาโล






  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 13, 2019, 06:56:30 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*ใจสว่าง” - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #637 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2019, 06:55:43 am »



  ใจสว่าง 


ความสุขที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ที่ว่าเรามีทรัพย์สินเงินทองและความสะดวกสบายมากขึ้นเพียงใด แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพจิตของเราและสัมพันธภาพกับผู้อื่นต่างหาก “ไฟสว่าง”แม้จะมีประโยชน์ แต่ก็ไม่สำคัญเท่ากับ “ใจสว่าง” และถึงจะมี “น้ำไหล” เปิดใช้ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ก็ไม่ทำให้เรามีความสงบเย็นได้เท่ากับ “น้ำใจ”

ใจที่ถูกบดบังด้วยอารมณ์อกุศล เช่น ความโกรธ ความอยากได้ใคร่ดี ย่อมนำความทุกข์มาให้เรา ไม่ว่าภายนอกจะสงบเย็นเพียงใด แต่ภายในนั้นกลับร้อนรุ่ม และไม่ว่าจะได้มาเท่าไร ก็ไม่รู้จักพอเสียที กระนั้นก็ไม่มีอะไรที่ปกคลุมใจเราให้มืดมิดได้เท่ากับความหลง อันได้แก่ความสำคัญผิดว่าทุกอย่างที่เรามีนั้นจะต้องเที่ยงแท้ยั่งยืน เป็นของเราไปตลอด และอยู่ในอำนาจของเราเสมอ ใจที่หลงยึดหลงอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามความปรารถนาของเรา ย่อมประทุษร้ายเราเองเป็นคนแรก และร้ายแรงเกินกว่าที่คนอื่นจะทำแก่เราได้

เมื่อใดที่เรารู้เท่าทันอารมณ์ดังกล่าว และตื่นจากความหลง ประจักษ์แก่ใจว่าความยึดอยากนั้นเองเป็นที่มาแห่งความทุกข์ทั้งมวล จนปล่อยวางความคาดหวังที่ฝืนความจริง ใจก็จะพลันสว่างสงบ โปร่งเบา และมีความสุขอย่างไม่เคยพบมาก่อน

ใจสว่างไม่อาจเกิดขึ้นจากการคิดเอา แต่เกิดขึ้นจากการที่เราหมั่นมองตนอยู่เสมอ ไม่มัวหลงเพลินกับวัตถุภายนอก และมิใช่สิ่งเดียวกับการหมกมุ่นอยู่กับตนเอง ตรงกันข้ามการเปิดใจรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่น ใส่ใจกับทุกคนที่เราเกี่ยวข้อง และมีน้ำใจกับเพื่อนมนุษย์ ทำดีต่อเขาด้วยความบริสุทธิ์ใจ คือสิ่งที่จะช่วยขับไล่เมฆหมอกแห่งความหลงตนหรือเห็นแก่ตัวออกไปจากใจเรา ทำให้แสงสว่างแห่งปัญญาสามารถสาดส่องมายังใจเราได้ ใช่หรือไม่ว่ามายาภาพแห่งอัตตาหรือตัวตนที่เราหลงยึดติดนั้นคือเปลือกที่ปกคลุมจิตที่แน่นหนาที่สุด


พระไพศาล วิสาโล





  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2019, 01:55:52 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
สุขได้เมื่อใจหยุดดิ้น - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #638 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2019, 07:08:40 am »




     สุขได้เมื่อใจหยุดดิ้น 


แม้เราจะรักความสุขมากมายเพียงใด ความสุขก็หาได้รักเราไม่ วันดีคืนดีความสุขก็จากเราไป ถึงจะกลับมาใหม่ ก็อยู่กับเราประเดี๋ยวประด๋าว ส่วนความทุกข์นั้นแม้เราจะเกลียดเพียงใด แต่มันก็มักจะมาหาเราอยู่เสมอ ยิ่งพยายามหนีมัน มันก็ยิ่งเข้ามาพัวพัน เคยสังเกตไหมว่า ยิ่งเกลียดอะไร ก็ยิ่งเจอสิ่งนั้น ในทางตรงข้ามยิ่งรักอะไร ก็มักสูญเสียสิ่งนั้น หรือเหนื่อยกับการไล่ล่ามากขึ้นเพราะมันเอาแต่หนีห่างออกไป

ลองวางใจเป็นกลางต่อสุขและทุกข์ดูบ้าง สุขมาก็ไม่ยินดี ทุกข์มาก็ไม่ยินร้าย เมื่อได้รับคำชมก็ไม่ระเริง เมื่อถูกตำหนิก็ไม่ห่อเหี่ยว ยามสำเร็จก็ไม่ลิงโลด ยามล้มเหลวก็ไม่ซึมเซา แต่ถ้าอาการดังกล่าวเกิดขึ้นกับใจ ไม่ว่าบวกหรือลบ ก็แค่รับรู้เฉย ๆ ด้วยใจเป็นกลาง ดีใจก็รู้ว่าดีใจ ไม่ไขว่คว้าคลอเคลีย เสียใจก็รู้ว่าเสียใจ ไม่ปฏิเสธผลักไส ถือว่าต่างคนต่างอยู่ ไม่นานก็จะพบว่าพอไม่รักสุข สุขกลับมา พอไม่เกลียดทุกข์ ทุกข์กลับลาจาก แม้ทุกข์กายยังต้องเจออยู่ แต่ใจไม่ทุกข์ แม้เสียทรัพย์ แต่ใจไม่เสียไปด้วย


พระไพศาล วิสาโล






  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2019, 01:20:25 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




  รับวันใหม่ ด้วยใจที่สดใส 


เมื่อมีสิ่งใดมากระทบ จนเกิดความหงุดหงิด ขุ่นเคือง เศร้าหมอง ท้อแท้ หากไม่รู้เท่าทัน ใจก็จะไปยึดฉวยมันแล้วปรุงต่อ เก็บเอามาคิดแล้วแต่งเติม แม้คิดแล้วทุกข์ ก็ยังอยากคิด ไม่ยอมปล่อยไม่ยอมวาง เว้นแต่มีเรื่องใหม่เข้ามากระทบ ก็จะหันไปปรุงเรื่องนั้นแทน แต่เผลอเมื่อใด ก็อดหวนคิดเรื่องเดิมไม่ได้ แม้เหตุการณ์ผ่านไปหลายวันก็ตาม เปรียบไปก็ไม่ต่างจากการเอาอาหารที่บูดเน่าแล้วกลับมากินใหม่

ทุกวันนี้เราเสพอารมณ์เก่า ๆ แทบทั้งวัน อารมณ์บูดเน่าเหล่านี้ยิ่งเสพก็ยิ่งเป็นโทษกับใจของเรา ทำให้เป็นทุกข์ และไม่สามารถเปิดใจรับรู้สิ่งดี ๆ ที่พบเห็นอยู่รอบตัวได้ ไม่ดีกว่าหรือหากปลดปล่อยสิ่งเหล่านี้ไปจากใจ เพื่อรับอารมณ์ที่สดใหม่ ที่จริงธรรมชาติได้มอบสติเพื่อให้ใจรู้ทันเมื่อเสพอารมณ์บูดเน่าหรือหมกมุ่นกับเรื่องราวที่ผ่านไปแล้ว ทันทีที่รู้ทันใจก็ปล่อยสิ่งเหล่านี้ออกไป ช่วยให้ใจโปร่งเบาและพร้อมรับรู้สิ่งที่อยู่เฉพาะหน้า โดยไม่มีความคิดหรืออารมณ์เก่า ๆ บดบังขวางกั้น ขณะเดียวกันเมื่อรับรู้แล้วก็พร้อมจะวาง ไม่ยึดติดหรือปล่อยให้ค้างคาใจจนกลายเป็นของบูดเน่าในที่สุด

ต้นไม้เขียวขจีอยู่เสมอก็เพราะทิ้งใบที่แห้งตาย ไม่เก็บเอาไว้ให้เป็นภาระ ร่างกายมีพลานามัยก็เพราะระบายสิ่งหมักหมมออกไปจากอวัยวะทุกส่วน ใจจะสดใสก็เพราะรู้จักปลดปล่อยอารมณ์ที่หมักหมมบูดเน่า ใจที่ว่างและเปิดกว้างต่อทุกสิ่งที่เป็นปัจจุบันเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตสดใหม่อย่างแท้จริง

จะโกรธเกลียดใครก็ตาม อย่าปล่อยให้ความโกรธเกลียดอยู่ข้ามคืน ตื่นเช้าขึ้นมาให้เปิดใจพร้อมรับวันใหม่ด้วยใจที่สดใส พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าด้วยการทำวันนี้ให้ดีที่สุด โดยไม่ถูกอดีตพันธนาการ


พระไพศาล วิสาโล




  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2019, 01:36:22 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
มองเป็นก็เห็นสุข - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #640 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2019, 01:48:17 pm »




  มองเป็นก็เห็นสุข


น่าแปลกไหมว่า ทั้ง ๆ ที่เรามีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้นตามวันเวลาที่ผ่านไปและตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่กลับไม่รู้สึกว่าความทุกข์ลดลงเลย กลับจะมากขึ้นด้วยซ้ำ ความทุกข์ที่เกิดขึ้นนั้น มีส่วนน้อยที่เป็นความทุกข์กาย ส่วนใหญ่คือความทุกข์ใจ อันเนื่องมาจากการงานและความสัมพันธ์ แต่เมื่อสาวไปให้ถึงที่สุดแล้วก็จะพบว่ามันมีที่มาจากมุมมองหรือการวางใจของเรานั่นเอง

ความวิตกกังวลในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ความอาลัยในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว การมองเห็นแต่ด้านลบ ปรุงแต่งในทางร้าย และความไม่พึงพอใจในสิ่งที่มี ตลอดจนการนึกถึงแต่ตัวเอง หรือเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง ทั้งหมดนี้เป็นที่มาแห่งความทุกข์ใจของผู้คนส่วนใหญ่ ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่ไหน มีมากเท่าใด สุขสบายเพียงใด จึงหนีความทุกข์ไม่พ้น เพราะรากเหง้าของความทุกข์อยู่ที่ใจของเรานั้นเอง ความทุกข์จึงติดตามไปทุกหนแห่ง

ต่อเมื่อเปลี่ยนมุมมองหรือวางใจให้ถูก ความทุกข์ก็จะพลันหายไป มีความโปร่งเบา แช่มชื่น เบิกบานใจมาแทนที่ แม้ปัญหาและอุปสรรคยังมีอยู่ แต่ก็จะไม่มัวแบกมันเอาไว้ให้หนักอกหนักใจต่อไป อีกทั้งยังเปิดใจยอมรับมันเพราะเห็นประโยชน์ของมัน ขณะเดียวกันแทนที่จะรอคอยคาดหวังความสุขข้างหน้าก็สามารถเห็นความสุขอยู่ต่อหน้า เป็นความสุขที่นี่และเดี๋ยวนี้


พระไพศาล วิสาโล




  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2019, 02:01:52 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




  ทุกข์เพียงใด ต้องไม่ยอมแพ้


ความทุกข์มิได้เกิดขึ้นเพื่อบั่นทอนชีวิตจิตใจของเราอย่างเดียว หากยังช่วยให้เราเข้มแข็งมั่นคงและเจริญงอกงามได้ด้วย จะว่าไปแล้วความทุกข์เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนสำคัญให้เกิดการพัฒนาของมนุษย์ในทุก ๆ ด้าน หากไม่มีความทุกข์ ก็ไม่มีพระพุทธเจ้า หากไม่มีภัยคุกคามจากธรรมชาติ ก็ไม่มีเทคโนโลยี กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าไม่มีความทุกข์ ปัญญาก็ไม่เกิด

แต่ความทุกข์จะเป็นพลังในทางบวกได้ ต่อเมื่อเราไม่ยอมปล่อยให้ความทุกข์มากระทำย่ำยีอย่างเดียว แต่เข้าไปจัดการความทุกข์นั้นอย่างถูกต้อง ดังมีผู้กล่าวว่า “ทุกข์มิได้มีไว้กลุ้ม แต่มีไว้แก้” การเข้าไปจัดการกับความทุกข์นั้นต้องเริ่มต้นจากการตั้งสติและใช้ปัญญาพิจารณาหาสาเหตุและทางแก้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง “ทุกข์มิได้มีไว้ให้คร่ำครวญ แต่มีไว้ให้ใคร่ครวญ”


พระไพศาล วิสาโล




  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2019, 02:03:32 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
ทุกข์กายไม่ต้องทุกข์ใจ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #642 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2019, 02:10:09 pm »



  ทุกข์กายไม่ต้องทุกข์ใจ 



หลวงพ่อชาท่านบอกลูกศิษย์ที่เป็นพระว่า เสียงมหรสพงานศพของชาวบ้านเนี่ย ที่มันดังสามวันสามคืนตี 1 ตี 2 ยังไม่เลิกเนี่ย ท่านเตือนว่า

เสียงมันไม่ได้รบกวนเรา
เราไปรบกวนเสียงต่างหาก


เราในที่นี้หมายถึงใจเรานะไปรบกวนเสียง คือใจเราไปรู้สึกลบกับมัน ไม่ชอบมัน ต่อต้าน ผลักไส ทะเลาะวิวาทกับมัน รำคาญมัน เพียงแค่ยอมรับมัน เสียงก็ทำอะไรเราไม่ได้ พอยอมรับมัน ไม่ไปทะเลาะเบาะแว้งกับมัน ใจก็สงบ ถึงเวลาหลับก็หลับได้สบาย อันนี้เรียกว่ายอมรับ เพียงแค่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ย มันก็ช่วยได้เยอะแล้ว

สิ่งที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นกับเรา ไม่ว่าความเจ็บป่วย ไม่ว่าแต่อากาศร้อน อากาศหนาว เสียงดังหรือแม้แต่ความปวด ความเมื่อยหรือความคันที่ยุงมากัด ลองสังเกตนะ มันไม่ใช่แค่ปวดที่กายเท่านั้น มันปวดที่ใจด้วย มันมีความทุกข์ที่ใจ แล้วความทุกข์ที่ใจนี่มันยิ่งกว่าความทุกข์ที่กาย ถ้าสมมติว่าความทุกข์เนี่ยมีร้อยส่วนหรือร้อยเปอร์เซ็นต์ ไอ้ความทุกข์ใจเนี่ยนะ มันก็กินเข้าไปแล้วหกสิบ เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์หรือว่าหกสิบ เจ็ดสิบส่วน อีกสามสิบเปอร์เซ็นต์เนี่ยเป็นความทุกข์กาย ความปวด ความเมื่อยหรือความเจ็บ ความคันก็แล้วแต่

ความทุกข์ใจเกิดจากอะไร?

เกิดจากใจที่ไม่ยอมรับ ใจที่ไปทะเลาะเบาะแว้งกับความทุกข์กายที่เกิดขึ้น เช่น ความปวด ความคัน ความเมื่อย จะพูดแบบหลวงพ่อชาก็ได้ว่า ความปวด ความเมื่อย ความคันเนี่ยมันไม่ได้รบกวนเรา แต่เราต่างหากไปรบกวนมัน ก็เลยทะเลาะเบาะแว้งกับมัน ไปกดข่มมัน รำคาญมัน ไม่ชอบมัน ไปสู้รบตบมือกับมัน เพียงแค่เราทำใจยอมรับมัน มันจะเกิดก็เกิดไป อันนี้ก็ทำให้ความทุกข์ใจลดลง มันก็เหลือแต่ความทุกข์กาย


พระไพศาล วิสาโล
เติมธรรมะลงในชีวิต หอจดหมายเหตุพุทธทาส BIA
ถอดคำบรรยาย โดย คุณณัฏฐ์ธิดา เติมประทีป
ฟังได้ที่ https://pos.li/2dt6tc





  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 12, 2020, 07:09:40 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
ผ่านทุกข์ พบสุข - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #643 เมื่อ: มีนาคม 12, 2020, 07:04:48 am »






  ผ่านทุกข์ พบสุข 


ไม่ว่าอยู่แห่งหนตำบลใด ความผันผวนปรวนแปรของอากาศเป็นเรื่องธรรมดา บ่อยครั้งพายุมาฟ้าฝนกระหน่ำอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ในที่สุดความสงบก็กลับคืนมา

หลังฝนตก ฟ้าย่อมสดใสเสมอ ฉันใดก็ฉันนั้น บางครั้งความทุกข์ก็จู่โจมชีวิตของเราโดยไร้สัญญาณเตือน แต่ไม่ว่าหนักหนาเพียงใด ในที่สุดมันก็จะผ่านไป แล้วเราก็จะกลับมายิ้มได้เหมือนเดิม

ไม่มีอะไรที่จีรังยังยืน ความทุกข์ก็เช่นกัน สักวันก็ต้องสิ้นสุด ขณะเดียวกันไม่มีอะไรที่ไร้ค่า ความทุกข์ที่เกิดกับเราย่อมมีประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อย่างน้อยก็ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น เสมือนมีภูมิต้านทานความทุกข์

หลายคนพบว่าความทุกข์ได้ผลักให้ตนได้พบสิ่งดี ๆ ในชีวิต เช่น พบธรรม ซึ่งนำพาให้บรรลุถึงความสุขอันประเสริฐ ขณะที่จำนวนไม่น้อยพบว่า ความทุกข์นั้นแหละคือสัจธรรม ซึ่งเปิดใจให้ประจักษ์แจ้งในความจริงของชีวิต เกิดปัญญาที่ช่วยยกจิตให้เป็นอิสระจากความทุกข์ได้ในที่สุด

ทุกข์กับธรรมนั้นใกล้กันมาก ทุกข์ทำให้เราเห็นธรรม ส่วนธรรมย่อมนำให้เกิดสุข มองในแง่นี้ทุกข์กับสุขก็ไม่ได้อยู่ห่างกันราวคนละขั้ว ถ้าเกี่ยวข้องกับทุกข์ให้เป็น แทนที่จะจมทุกข์ หมกมุ่นในทุกข์ หรือเป็นทุกข์ หากเห็นมัน รู้จักมัน ใช้มันให้เป็น สุขก็เกิดขึ้นได้ จะเรียกว่าทุกข์มาเพื่อให้เราพบสุขก็ได้

พระไพศาล วิสาโล

เติมธรรมะลงในชีวิต ๑๐ปีสวนโมกข์กรุงเทพ BIA



ที่มา : Facebook หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ : Buddhadasa Indapanno Archives
https://www.facebook.com/buddhadasaarchives/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 12, 2020, 07:07:57 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
ตั้งสติให้ดี - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #644 เมื่อ: มีนาคม 12, 2020, 07:09:15 am »





ตั้งสติให้ดี การระมัดระวังการเตรียมตัว เราก็ต้องทำแต่ว่าอย่าให้ใจหลุดลอยไปจากปัจจุบันมาก สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในยามเช้าหรือว่าในยามค่ำมันก็มี เราจะต้องเติมความสุขลงไปในใจบ้าง โดยเฉพาะในยามนี้ จิตใจผู้คนเริ่มจะแห้งผากแล้ว เพราะความวิตกความกังวลนี่ เราสามารถเติมความสุขให้ใจได้ จากประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน แค่ตื่นขึ้นมาเจออากาศยามเช้าก็สดชื่นได้ล้างหน้าได้อาบน้ำ ร่างกายก็สดชื่น จิตใจก็ควรจะสดชื่นตามไปด้วย หรือเพียงแค่ระลึกว่าชีวิตเรายังมีลมหายใจอยู่ ยังได้มีโอกาสอยู่กับลูก ได้มีโอกาสได้อยู่กับคนรัก หลายคนเขาไม่มีโอกาสอย่างนั้นแล้ว เรายังมีก็เป็นสิ่งที่น่ายินดีชื่นชม

เปิดช่องให้ความสุขเข้ามาในจิตใจของเรา ไม่ใช่ปิดเอาไว้เพราะว่ามัวแต่วิตกกังวล


พระไพศาล วิสาโล






  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 12, 2020, 07:13:40 am โดย ยาใจ »