ผู้เขียน หัวข้อ: * รวม * คติธรรม - คำกลอน โดย อาจารย์ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง  (อ่าน 123107 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



ชีวิตคนเรา
ย่อมมีขึ้นมีลง มีสูงมีต่ำ
มีสมหวัง มีผิดหวัง
มีสรรเสริญ มีนินทา
มีสุข มีทุกข์


สิ่งสำคัญ
ทุกอุปสรรค ทุกปัญหาที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นครู
ล้วนเป็นการเรียนรู้
ล้วนเป็นการฝึกฝนตน
ล้วนเป็นบททดสอบ
ล้วนเป็นประสบการณ์ชีวิต


หมั่นสอนใจตนเองว่า
จงอย่าประมาทในชีวิต
อย่าประมาทในวัยว่ายังหนุ่มสาว
ยังอายุน้อยไม่ตายง่าย
อย่าประมาทในกาลเวลา
อย่าคิดว่า ยังมีเวลาเหลืออีกมาก
อย่าประมาท ในกฎแห่งกรรม
ทำอย่างไร ย่อมได้รับอย่างนั้น ทั้งดี และชั่ว
คนเราเก่งเกินกันได้ แต่ไม่มีใครเก่งเกินกรรม

จงหมั่นคง
ในการทำความดี
จงฝึกใจให้อยู่ในศีลในธรรม
แม้ชีวิตบางเวลาจะตกต่ำ
กุศลกรรมที่เราทำไว้
จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

ทำดีไม่มีเดี๋ยว…ถ้าทำชั่ว…ต้องเดี๋ยวก่อน

ลุงยุทธ…สะดุดคิด



✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿

  ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2024, 06:28:50 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



วันสารทจีน
เป็นวันระลึกนึกถึงพระคุณของ
พ่อแม่ และบรรพบุรุษ
ของเซ่นไหว้ ดอกไม้ ธูปเทียน
มากหรือน้อย เป็นเพียงแค่สื่อแทนใจ

สิ่งที่สำคัญ คือ
การกระทำความดี ทำตนให้เป็นประโยชน์
ทำคุณงามความดีทั้งต่อตน และคนอื่น
ไม่ทำตนให้เสื่อมเสียต่อวงศ์ตระกูล
ความกตัญญูกตเวที รู้คุณทดแทนคุณ
เราสามารถทำได้ทุกวัน

จงบูชาพระคุณพ่อแม่
และบรรพบุรุษ
ด้วยการกระทำความดี
ไม่ทำผิดศีลผิดธรรม
รู้จักให้ทาน~รักษาศีล~เจริญภาวนา
แล้วน้อมเอาบุญกุศลทั้งหลายเหล่านี้
แผ่อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้ท่าน
จึงจะเรียกว่า
เป็นการไหว้ระลึกถึงพระคุณอย่างแท้จริง

ความกตัญญูกตเวที เป็นคุณสมบัติของคนดี

ลุงยุทธ…สะดุดคิด




✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿

  ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2024, 06:29:19 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



อยากให้ได้ดั่งใจ
คนส่วนใหญ่ ต้องการให้ได้ดั่งใจหวัง
หวังอยากให้ทุกคน ต้องมาเข้าใจเรา
หวังอยากให้ได้ ในสิ่งที่ตนต้องการ
หวังว่าเราคิดอย่างไร คนอื่นต้องคิดอย่างนั้น
ทุกคนต้องเห็นด้วยกับสิ่งที่เราคิด

อย่าเที่ยวหา
คนที่จะมาเข้าใจเราเลย
ถ้าจะหาคนที่เข้าใจเราในทุกๆ เรื่อง
คงหายาก หรือหาได้ไม่ง่ายนัก
ถ้าเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง ก็พอจะหาได้

อย่าเที่ยวให้
คนอื่นมาเข้าใจเราแต่ฝ่ายเดียว
จงฝึกที่จะเข้าใจคนอื่นบ้าง


สิ่งที่สำคัญ คือ ฝึกมาเข้าใจตนเองจะดีกว่า
ฝึกตัวเองให้รู้ เข้าใจ และยอมรับความจริงว่า
ทุกอย่าง…มันไม่เที่ยง
ทุกอย่าง…มันไม่แน่นอน
ทุกอย่าง…แปรเปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัย

ถ้าหวังมาก…เมื่อไม่ได้…ก็ทุกข์มาก
ถ้าหวังน้อย…เมื่อไม่ได้…ก็ทุกข์น้อย
ถ้าไม่หวัง…เมื่อไม่ได้…ก็ไม่ทุกข์

จงฝึกใจให้สุข สงบ เย็น

แบบผู้ เข้าใจ ยอมรับ และปล่อยวาง

ลุงยุทธ…สะดุดคิด



● ● ●----------------------------------------● ● ●



  ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2024, 06:29:52 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



คนดีนั้นหายาก
เมื่อเทียบกับการหาคนเก่ง
สังคมมีคนเก่งมาก แต่ที่หายาก คือ คนดี

คนเก่ง
ถ้าขาดคุณธรรม
ก็มักใช้ความเก่งมุ่งหาผลประโยชน์ให้แก่ตน
โดยไม่สนใจว่า
สิ่งที่ได้มานั้น จะได้มาด้วยวิถีทางใด
ได้มาด้วยทางที่ผิดหรือถูกก็ไม่สนใจ
แต่มุ่งหวังผลที่ตนต้องการนั้นเป็นใหญ่


คนดี…ฝึกให้เป็นคนเก่งได้
คนเก่ง…ก็ฝึกให้เป็นคนดีได้
ขึ้นอยู่ที่การใส่ใจ และให้ความสำคัญ
ในการที่จะฝึกฝนตนเองหรือไม่

ถ้าสังคมใด
ได้ทั้งคนดีและคนเก่ง
โดยมุ่งใช้ความรู้ความสามารถที่ตนมี
รู้จักทำประโยชน์ตน และประโยชน์ท่าน
อยู่ในศีลในธรรม
ไม่ทำผิดศีลผิดธรรม
ไม่ทำผิดกฎหมาย
ไม่เบียดเบียนตน และคนอื่น


รู้จักทำประโยชน์ต่อตน และคนอื่น
ทำประโยชน์ต่อครอบครัว ต่อองค์กร
ต่อสังคม และต่อประเทศชาติบ้านเมือง
ก็นับเป็นบุคคลที่น่าชื่นชม และน่าสนับสนุน


ดีด้วย เก่งด้วย ช่วยเพิ่มคุณธรรม

ลุงยุทธ…สะดุดคิด




✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿

  ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2024, 06:30:19 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



โลภโกรธหลง
เกิดขึ้นได้ทุกวัน ไม่เลือกกลางวัน หรือกลางคืน
สิ่งที่สำคัญ
เราจะทำตามมัน หรือจะรู้เท่าทันมัน


เมื่อใดที่ทำตามกิเลส
ก็หลงตกไปเป็นทาสของกิเลส
สิ่งที่ได้รับ คือ ได้รับความทุกข์เป็นรางวัล


เมื่อใดมีสติรู้เท่าทัน
ไม่หลงทำตาม ก็จะเป็นไท ไม่เป็นทาสของกิเลส
สิ่งที่ได้รับ คือ ได้รับความสุข สงบ เย็น เป็นรางวัล


จงมีความเพียร
เพียรในการฝึกเจริญสติ สมาธิ และปัญญา
เพียรฝึกทุกวันประจำสม่ำเสมอ
ขยันก็ฝึก ขี้เกียจก็ฝึก
แม้บางครั้งจะมีท้อ แต่ก็ไม่ถอย


จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้
สุขทั้งในปัจจุบัน สุขในอนาคต และสุขแบบสันติสุข
อันเป็นสุขที่สิ้นทุกข์โดยสิ้นเชิง


ไม่ดูก็ไม่เห็น…ไม่กินก็ไม่อิ่ม…ไม่ฝึกก็ไม่เป็น

ลุงยุทธ…สะดุดคิด




✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿

  ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2024, 06:30:42 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



คุณความดี
ทำความดี เพราะเห็นว่า
สิ่งนั้นดี และมีประโยชน์ จึงทำ
ทำดี เพื่อความดี
ทำดี ไม่ได้หวังว่า จะต้องได้ดี
ทำดี ไม่ได้ทำ เพื่อให้ใครรู้ หรือใครชม
ทำดี มีความสุขที่ได้ทำ เท่านั้นพอ

ทำความดี
ด้วยการรู้จักให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา
มีจิตเมตตา กรุณา รู้เสียสละ รู้จักให้อภัย
ไม่เบียดเบียนตน และคนอื่น
ตั้งตนอยู่ในศีลในธรรม
ไม่ทำให้ใครต้องทุกข์เดือดร้อน


ทำดีเมื่อใด ใจมีความสุขเมื่อนั้น
ความดี เป็นเครื่องคุ้มครองภัย
อยู่ที่ใดไร้ทุกข์กังวล
คนอยู่ใกล้ไกล ได้รับความสุข สงบ เย็น


ความดี ไม่มีขาย อยากได้ ต้องทำเอง

ลุงยุทธ…สะดุดคิ





✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿

  ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2024, 06:31:02 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



✿ ก่อนพูด ✿
เราเป็นนายคำพูด
พูดออกไปแล้ว
คำพูดเป็นนายเรา

วาจาสุภาษิต หมายถึง
คำพูดที่ผู้พูดได้กลั่นกรองไว้ดีแล้ว
มิใช่สักแต่พูด
อวัยวะในร่างกายคนเรานี้ ก็แปลก
~ตา มีหน้าที่ดูอย่างเดียว
ธรรมชาติให้ มา 2 ตา
~หู มีหน้าที่ฟังอย่างเดียว
ธรรมชาติให้ มา 2 หู
~จมูก มีหน้าที่ดมกลิ่นอย่างเดียว
ธรรมชาติให้มา 2 รู
~ปาก มีหน้าที่ถึง 2 อย่าง คือ
ทั้งกิน และพูด
ธรรมชาติกลับให้มาเพียงปากเดียว

✿ แสดงว่า
ธรรมชาติต้องการให้คน ดูให้มาก
ฟังให้มาก แต่ให้พูดน้อย
มีสติคอยระมัดระวังปากก่อนจะพูด
จะกินก็กินให้พอเหมาะ
จะพูดก็ให้พูดแต่พอดี
ลักษณะคำพูดที่พอเหมาะพอดี
เป็นคุณทั้งต่อผู้พูด และผู้ฟัง
เรียกว่า วาจาสุภาษิต


✿ ลักษณะของวาจาสุภาษิต ✿

1.ต้องเป็นคำจริง
ไม่ใช่คำพูดที่ปั้นแต่งขึ้น
ไม่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
ไม่บิดเบือนจากความเป็นจริง
ไม่เสริมเติมแต่ง ต้องเป็นเรื่องจริง

2. ต้องเป็นคำสุภาพ
เป็นคำพูดที่ไพเราะ
กลั่นออกมาจากใจที่บริสุทธิ์
ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดคำด่า
คำประชดประชัน คำเสียดสี

3. พูดสิ่งที่เป็นประโยชน์
เกิดผลดีทั้งแก่ผู้พูด และผู้ฟัง
ถึงแม้คำพูดนั้น จะจริง และเป็นคำสุภาพ
แต่ถ้าพูดแล้ว ไม่เกิดประโยชน์อะไร
กลับจะทำให้เกิดโทษ
ก็ไม่ควรที่จะพูด


4. พูดด้วยจิตเมตตา
พูดด้วยความปรารถนาดี
อยากให้คนฟังมีความสุข
มีความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป
ในข้อนี้หมายความว่า
แม้จะพูดจริง เป็นคำสุภาพ
พูดแล้วเกิดประโยชน์
แต่ถ้าจิตยังคิดโกรธ มีความริษยา
ขาดเมตตา ก็ยังไม่สมควรพูด


5. พูดถูกกาลเทศะ
แม้ใช้คำพูดที่ดี เป็นคำจริง เป็นคำสุภาพ
เป็นคำพูดที่มีประโยชน์ และพูดด้วยจิตที่มีเมตตา แต่ถ้าผิดจังหวะ ไม่ถูกกาลเทศะ
ผู้ฟังยังไม่พร้อมที่จะรับฟังแล้ว
จะก่อให้เกิดผลเสียได้ เช่น จะกลายเป็นการประจานกัน หรือจับผิดกัน

✿ คิดดี…พูดดี…ทำดี…มีคุณจริง ✿
✿ ลุงยุทธ…สะดุดคิด ✿



✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿

  ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2024, 06:31:28 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน
อย่าผัดผ่อนกับเวลา อย่าผัดวันประกันพรุ่ง
เวลาผ่านมา แล้วก็ผ่านไป
สิ่งใดควรทำให้รีบทำ
สิ่งใดจำเป็น หรือไม่จำเป็น
ให้รู้จักจัดสรรว่า สิ่งใดควรทำก่อนหน้าหลัง
ทั้งต่อตนเอง และคนอื่น

จงทำหน้าที่ให้ดี
ในสิ่งที่ตนรับผิดชอบ ทำหน้าที่ต่อ
พ่อแม่ พี่น้อง สามีภรรยา ลูกหลาน
ญาติมิตร ครูบาอาจารย์ บริวาร และผู้มีพระคุณ

ชีวิตไร้กังวล
ถ้าหมั่นฝึกตนให้มีวินัย
ฝึกกายให้แข็งแรง ด้วยการบริหารร่างกาย
ฝึกใจให้เข้มแข็ง ด้วยการบริหารจิต
ฝึกที่จะคิดดี พูดดี ทำดี
ฝึกจิตให้มีเมตตากรุณา

ฝึกภาวนา
ให้ใจได้รับความสุข สงบ เย็น
ฝึกเรียนรู้
ความไม่เที่ยงของชีวิต และสรรพสิ่ง
ฝึกปล่อยวาง
จากความมี ความเป็น
ฝึกให้เห็นสัจธรรม ในความไม่แน่นอน
ฝึกสติรู้เท่าทันใจของตนเอง
เมื่อยู่ก็เป็นสุข
เมื่อจากไปก็ไร้ทุกข์กังวล

ชีวิตที่เกิดมา
จะมามืดหรือมาสว่าง จะร่ำรวยหรือยากจน
จะสบายหรือลำบาก จะสวยหรือขี้เหร่
เราเลือกไม่ได้
แต่เมื่อเกิดมาแล้ว
เราเลือกที่จะฝึกฝนพัฒนาตนเองได้
พัฒนาให้ใจอยู่ใน
ทาน~ศีล~ภาวนา
อย่าระอาในการฝึกฝนตน
เมื่อถึงเวลาที่ต้องลาจากไป
ธรรมจะนำพาให้ไปสู่หนทางสว่างใจเอง

ไม่เสียดาย…ก่อนตาย…ได้รู้ธรรม

ลุงยุทธ…สะดุดคิด



✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿

  ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2024, 06:31:53 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



พิการกาย…ไม่พิการใจ
ตาบอด…ใจไม่บอด
คนพิการกาย…ฝึกใจให้สว่างได้
คนพิการใจ…ฝึกอย่างไรก็ไร้ผล

บุคคลที่สอนยากที่สุด
ไม่ใช่เด็ก ไม่ใช่คนแก่ ไม่ใช่คนพิการ
แต่เป็นคนที่ไม่เปิดใจ
เมื่อใจไม่เปิด ก็ยากที่จะใส่ธรรม
ต้องเปิดใจ จึงจะใส่ธรรมได้

พิการใจ
ถ้าเปิดใจ ก็หายพิการใจได้
ฝึกใจให้อยู่ใน ทาน~ศีล~ภาวนา
ฝึกใจให้เป็นผู้มีเมตตา กรุณา
รู้เสียสละ รู้อภัย
ฝึกใจลดละกิเลส โลภ-โกรธ-หลง
ด้วยการภาวนาเป็นประจำสม่ำเสมอ

ฝึกใจให้มี ศีล~สมาธิ~ปัญญา
ฝึกสติ ก่อนคิด ก่อนพูด ก่อนทำ
จะคิด พูด ทำ สิ่งใด ฝึกใจให้มีสติ
เริ่มฝึกเสียแต่วันนี้ เดี๋ยวนี้ ก็ยังไม่สายเกินไป
สำคัญอยู่ที่ว่า เปิดใจ หรือ ปิดใจ เท่านั้นเอง

สติไม่มีขาย…อยากได้…ต้องทำเอง

ลุงยุทธ…สะดุดคิด




✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿

  ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2024, 06:32:17 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



ฝึกสติก่อนสตาร์ท
สติจำเป็นในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ


การจะเข้าถึงสัจจะความจริงของชีวิตได้นั้น
เริ่มต้นอยู่ที่การเรียนรู้
และเข้าใจความจริงของชีวิตว่า
สรรพสิ่งทั้งหลายที่เกิดขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ หรือไม่ใช่มนุษย์
จะเป็นทรัพย์สินข้าวของเงินทองต่างๆ
ล้วนไม่มีสิ่งใดเที่ยงเลย
มันพร้อมที่จะแปรปรวนเปลี่ยนไปได้เสมอ
แม้แต่ใจของเราเองก็เช่นกัน
เดี๋ยวสุข…เดี๋ยวทุกข์
เดี๋ยวดี…เดี๋ยวร้าย
เดี๋ยวเบื่อ…เดี๋ยวอยาก
หาความคงที่ คงทน ถาวร ไม่ได้


ร่างกายเวลาถูกไฟที่ร้อนแรง
เราพร้อมที่จะสลัดออกจากมันได้ทันที
แต่ใจเวลาเจอความทุกข์
เรามักครุ่นคิดให้มันทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เรื่องของกาย แลดูเราฉลาด
เรื่องของใจ ทำไมมันโง่จัง

ถ้าเราไม่ฝึกใจ
ให้รู้จักปล่อยวางเสียบ้าง
ใจก็จะทุกข์ระทมตรมเศร้าอยู่ร่ำไป
จนเกิดภาวะ จิตซึมเศร้า ซึมเซา ซึมเฉย
ทำให้ร่างกายพลอยเจ็บป่วยไปด้วย
ซึ่งเป็นกันมากในยุคสมัยนี้

อุบายวิธี
การฝึกสติในชีวิตประจำวัน
โดยให้ฝึกรู้ลมหายใจเข้าออก 3 คู่
ก่อนที่จะทำกิจกรรมใหม่ๆในชีวิตประจำวัน
เท่าที่เราพอจะทำได้ เช่น
รู้ลมหายใจเข้าออก 3 คู่
ก่อนทานข้าว ก่อนล้างจาน ก่อนกวาดบ้าน
ก่อนซักผ้า ก่อนอาบน้ำ ก่อนแปรงฟัน
ก่อนเปิดทีวี ก่อนประชุม เป็นต้น

สมมุติว่า
เราทานข้าวไป 3-4 คำแล้ว
ลืมรู้ลมหายใจเข้าออกก่อนทานข้าว
พอนึกขึ้นได้ว่าลืม ให้หยุดนิดนึง
แล้วกลับมารู้ลมหายใจเข้าออก 3 คู่
หลังจากนั้น ก็ให้ทานข้าวต่อไปได้เลย

การฝึกเช่นนี้ เป็นอุบายวิธี
ที่ทำให้จิตคุ้นชินเสพคุ้น
กับการมีสติในระหว่างวัน
จะทำให้เกิดสติเป็นขณะๆ
เกิดสติต่อเนื่องได้ง่าย และได้บ่อยขึ้น

หนึ่งในอุบายวิธี
ที่เราสามารถฝึกพัฒนาจิตได้
โดยการฝึกทำในรูปแบบ เช่น
ฝึกสติรู้ลมหายใจเข้าออก
อย่างน้อยวันละ 10 นาที ทุกวัน
ให้รู้แบบสบายๆ รู้แบบผ่อนคลาย
ไม่เพ่ง ไม่ตึง ไม่เครียด
ไม่แน่น ไม่อึดอัด ไม่บังคับ
เมื่อจิตเผลอคิดไป ให้มีสติรู้ทัน
ก็ให้กลับมารู้ที่กรรมฐานหลัก คือ รู้ลมหายใจ
หรือรู้ร่างกายที่กำลังนั่งหายใจเข้าออก
ฝึกทุกวันให้ประจำสม่ำเสมอ

เราให้ความรัก ความเมตตา
ความปรารถนาดีกับคนอื่นได้
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด
อย่าลืมให้ความรักความเมตตา
ต่อใจตนเองด้วย ให้ความรัก
โดยไม่ทำให้ใจต้องเป็นทุกข์
ใจจะไม่ทุกข์ได้นั้น
ต้องรู้ทุกข์ เข้าใจทุกข์ และปล่อยวางทุกข์
จึงจะพบสันติสุขที่แท้จริง
ลองฝึกดู นะครับ


ไม่ลองไม่รู้ ไม่ดูไม่เห็น ไม่ฝึกไม่เป็น

ลุงยุทธ…สะดุดคิด





✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿

  ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2024, 06:26:42 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



ชีวิตนี้น้อยนัก
เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้
ประมาณ 30,000 วัน
บางท่านอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้
สุดท้ายก็ต้องจากลาช้าหรือเร็ว
ร่างกายเหมือนดั่งบ้านเช่า
พร้อมที่จะแก่เจ็บตายเสื่อมสลายไปในไม่ช้า


ร่างกายนี้
ไม่ว่าจะหล่อ สวย เก๋ เท่ ขี้เหร่
อ่อนแอ หรือแข็งแรง สักเพียงใด
สุดท้าย ก็ต้องคืนให้กับธรรมชาติ


ชีวิตเหมือนเดินอยู่บนเส้นด้าย
จะตายวันไหน อย่างไร เมื่อไหร่ ไม่อาจรู้
คนเกิดก่อน ไม่ได้หมายความว่า ต้องตายก่อน
คนเกิดเมื่อวานนี้ วันนี้ตายแล้ว ก็มีให้เห็น


โลงศพ ไม่ได้มีไว้ สำหรับคนสูงวัย
แต่โลงศพ มีไว้ต้อนรับ คนทุกวัย


ทรัพย์ภายนอก
เราจำเป็นต้องแสวงหา
แต่ก็อย่าละเลยที่จะหาทรัพย์ภายในด้วย
ทรัพย์ภายนอก
เป็นสมบัติผลัดกันชม เอาติดตัวไปไม่ได้
ทรัพย์ภายใน
เป็นทรัพย์ที่ติดตามเราไปได้
ทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะสิ้นชาติการเกิด


สติจำเป็นในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ
หมั่นฝึกสติ ก่อนที่จะคิด จะพูด จะทำ
ฝึกเป็นผู้รู้จักให้ รู้จักเสียสละ
ฝึกใจให้ละอายต่อบาป เกรงกลัวต่อบาป
ฝึกใจให้มี ศีล~สมาธิ~ปัญญา
นี่คือ การฝึกภาวนาหาทรัพย์ภายใน


ชีวิตนี้น้อยนัก
จงอย่าได้ประมาทในชีวิต
หมั่นสะสมเสบียงบุญเอาไว้
วันหนึ่งทุกคนก็ต้องลาจากโลกนี้ไป
ส่วนจะจากไป แบบคนไร้ทรัพย์ภายใน
หรือจากไป แบบผู้มีทรัพย์ภายใน
ชีวิตนี้เราเป็นผู้เลือกเองลิขิตเอง
ไม่มีใครมาลิขิตให้


❀ ทรัพย์ภายในไม่มีขาย…อยากได้ต้องฝึกเอง ❀

❀ ลุงยุทธ…สะดุดคิด ❀





✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿

  ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2024, 06:26:08 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



หญ้าที่ไร้ราก
แม้จะได้น้ำ ได้แดด ได้ลม ได้ฝน ได้ปุ๋ย
มีคนดูแลอย่างดีสักเพียงใด ก็ไร้ความหมาย
ไม่สามารถที่จะเจริญเติบโตงอกงามต่อไปได้

เปรียบเหมือนดั่งพุทธธรรมคำสอน
แม้จะทรงคุณค่ามหาศาลสักเพียงใด
ถ้าคนไม่เปิดใจรับ ก็ยากนัก
ที่จะเข้าใจ และเข้าถึงรสพระธรรมนั้นได้
พระธรรมแม้จะทรงคุณค่า
ก็ไร้ค่า ถ้าคนไม่เปิดใจ


คนที่สอนยากที่สุดนั้นคือใคร
ไม่ใช่เด็ก ไม่ใช่วัยรุ่น ไม่ใช่คนแก่
แต่เป็นคนที่ไม่เปิดใจ

น่าเสียดาย…ก่อนตาย…ไม่รู้ธรรม

ลุงยุทธ…สะดุดคิด




✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿

  ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2024, 06:25:02 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด









✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿ ----------------✿ ✿ ✿

  ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2024, 06:25:33 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



หญ้าที่ไร้ราก
แม้จะได้น้ำ ได้แดด ได้ลม ได้ฝน ได้ปุ๋ย
มีคนดูแลอย่างดีสักเพียงใด ก็ไร้ความหมาย
ไม่สามารถที่จะเจริญเติบโตงอกงามต่อไปได้


เปรียบเหมือนดั่งพุทธธรรมคำสอน
แม้จะทรงคุณค่ามหาศาลสักเพียงใด
แต่ถ้าคนไม่เปิดใจรับ ก็ยากนักที่จะใส่ธรรมให้
และยากนักที่จะเข้าถึงรสพระธรรมนั้นได้
พุทธธรรมแม้จะทรงคุณค่า
ก็ไร้ค่า ถ้าคนไม่เปิดใจรับ


คนที่สอนยากที่สุดนั้นคือใคร
ไม่ใช่เด็ก ไม่ใช่วัยรุ่น ไม่ใช่คนแก่
แต่เป็นคนที่ไม่เปิดใจ


น่าเสียดาย…ก่อนตาย…ไม่รู้ธรรม

ลุงยุทธ…สะดุดคิด





✿ ✿ ✿ ------------✿ ✿ ✿ -----------✿ ✿ ✿ -----------✿ ✿ ✿

  ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2024, 06:24:29 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



“วันมาฆบูชา” เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพราะมีเหตุการณ์พิเศษที่มาบรรจบกัน ประการ หรือที่เรารู้จักกันดีว่า “จาตุรงคสันนิบาต” เหตุการณ์อัศจรรย์ในวันมาฆบูชา ประการ ได้แก่

(๑) คืนนั้นเป็นวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน หรือเดือน ในปีที่มีอธิกมาส [คือมีเดือน สองหน]

(๒) พระสงฆ์จำนวน ๑,๒๕๐ รูปมาประชุมพร้อมกันที่วัดพระเวฬุวันโดยมิได้นัดหมาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนเข้าพรรษาที่ หลังจากตรัสรู้แล้ว เดือน (วัดพระเวฬุวัน เป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนาที่พระเจ้าพิมพิสาร กษัตริย์แห่งแคว้นมคธ สร้างถวายให้เป็นที่ประทับของพระพุทธองค์และภิกษุสงฆ์)

(๓) พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็นพระอรหันต์ขีณาสพ ผู้ทรงอภิญญา คือ หูทิพย์ ตาทิพย์ ระลึกชาติได้ แสดงฤทธิ์ได้ ล่วงรู้วาระจิตของผู้อื่น และทำอาสวะกิเลสให้สิ้นไป

(๔) พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็น “เอหิภิกขุ” ผู้ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า

พระพุทธองค์ทรงเห็นปรากฏการณ์พิเศษนี้ จึงทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” แก่ที่ประชุมสงฆ์ เนื้อหาของโอวาทปาติโมกข์ คนส่วนมากมักจดจำกันเพียง ๓ ข้อ คือ การไม่ทำบาปทั้งปวง, การทำความดีให้ถึงพร้อม, การทำจิตของตนให้บริสุทธิ์ผ่องใส เพราะโบราณไทยท่านบัญญัติให้เป็น “หัวใจ” หรือแก่นของพระพุทธศาสนา แต่ความจริงแล้ว โอวาทปาติโมกข์มีถึง ๑๓ หัวข้อ คือ

๑. ขันติ คือ ความอดกลั้น เป็นเครื่องเผากิเลสที่ยอดเยี่ยมที่สุด
๒. พระนิพพาน ผู้รู้ทั้งหลายกล่าวว่าเป็นยอด (เป็นเป้าหมายสูงสุดแห่งชีวิต)
๓. ผู้ที่ฆ่าหรือทำร้ายคนอื่นอยู่ มิใช่บรรพชิต
๔. ผู้เบียดเบียนคนอื่นอยู่ มิใช่สมณะ
๕. ไม่ทำบาปทั้งปวง
๖. ทำความดีให้ถึงพร้อม
๗. ทำจิตของตนให้บริสุทธิ์ผ่องใส
๘. ไม่ว่าร้ายคนอื่น
๙. ไม่เบียดเบียนคนอื่น
๑๐. เคร่งครัดในระเบียบข้อบังคับ
๑๑. อยู่ในที่นั่งที่นอนอันสงัด
๑๒. รู้จักประมาณในอาหารการกิน
๑๓. ฝึกจิตให้มีสมาธิขั้นสูง

พระโอวาทนี้จะเรียกว่า เป็นการปัจฉิมนิเทศแก่คณะธรรมทูตชุดแรกในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาจำนวน ๖๐ รูป (พระปัญจวัคคีย์ รูป + พระยสะและสหายพระยสะ ๕๕ รูป) ที่ส่งไปเผยแผ่ครั้งแรก





✿ ✿ ✿ ------------------✿ ✿ ✿ -------------------✿ ✿ ✿ ---------------✿ ✿ ✿

  ขอบคุณข้อมูล : Facebook อ. ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง
https://www.facebook.com/theerayuth.praft
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2024, 06:24:03 pm โดย ยาใจ »